ารถปลูกบางสิ่งแล้วเอาไปให้คนอื่น ‘ขาย’ ได้
ดังนั้นพวกลูกสะใภ้สกุลจูที่มีหน้าที่ทำการค้าจะ ‘รับซื้อ’ มันเทศจากพวกผู้ชาย และทำเป็นอาหารชนิดต่าง ๆ เอาไปขายให้คนอื่น
แม้ว่าราคาวัตถุดิบจะไม่ได้ดีเท่า ‘ราคาของสินค้าแปรรูป’ ของพวกลูกสะใภ้สกุลจู แต่สำหรับผู้ชายที่ไม่มีรายได้ตลอดทั้งปีก็ยังเก็บเล็กผสมน้อยกลายเป็นรายได้ที่ค่อนข้างมาก
ได้กำไรมากกว่าค่า ‘สอนทำปุ๋ยหมัก’ ที่พวกเขาได้เสียอีก
หลังกลับจากไร่ เย่อวี๋หรานก็พบกานอี้เซียนที่รออยู่ข้างทางมานานแล้ว
หลังจากจับได้ว่าจูเหล่าโถว ‘มีชู้’ เมื่อคราวก่อน นางก็ไม่เจอเขามาช่วงหนึ่ง ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เย่อวี๋หรานจึงมองไปรอบตัวเพื่อดูว่ามีคนอื่นหรือไม่
“จูต้าเหนียง……” รอยยิ้มบนใบหน้าของกานอี้เซียนมีความเอาอกเอาใจอยู่ด้วย
“ไม่มีธุระไม่มาวัด[1] คราวนี้มีเรื่องอะไรหรือ? ไม่ใช่ว่ากิน ‘เสบียง’ หมดแล้วจึงอยากมาแลกเปลี่ยนอาหารกับครอบครัวพวกข้ากระมัง?” ท้ายประโยคเย่อวี๋หรานก็ยังพูดติดตลกไปด้วย
คุณชายที่ออกตรวจตรานอกเครื่องแบบอย่างลับ ๆ จะอาหารไม่พอกินได้อย่างไร?
กานอี้เซียนถูจมูก ไม่สบายใจเป็นอย่างมาก “ไม่มีอะไร แค่มาดูเท่านั้น ไม่ใช่ว่าระยะนี้เป็นช่วงเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงหรือ ได้ยินว่าบ้านจูต้าเหนียงปีนี้เก็บเกี่ยวได้มากทีเดียว จึงอยากมาแสดงความยินดีกับเจ้าสักหน่อย”
เย่อวี๋หรานเลิกคิ้ว “ก็ไม่ถึงกับเก็บเกี่ยวได้มาก ที่ดินบางส่วนถูกแบ่งไปปลูกมันเทศ การเก็