นไม่อ่าน!’
‘ไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอก ตอนนี้อาจารย์โหวแห่งราตรีกลายเป็นตัวหลักของนิตยสารไปแล้ว’
‘อนาคตอาจารย์ปู่เยโหวจะเขียนเรื่องยาวไหม?’
‘เรื่องขนาดกลางก็ยังดี เรื่องสั้นอ่านไม่จุใจเลย!’
‘ไม่จำเป็นต้องฝืนเขียนหรอก ถนัดอะไรก็เขียนไปเถอะ ยังไงฉันก็สนับสนุน!’
‘ฉบับหน้านายจะเป็นโหวราตรีขาวหรือโหวราตรีมืดกันละ?’
ในช่องคอมเมนต์คึกคักมาก
เดิมทีหลินจือไปคิดว่าจะเลือกตอบคอมเมนต์บางส่วน แต่คิดอีกทีก็ล้มเลิกไป ถ้าเซอร์ไพรส์เฉลยล่วงหน้าก็ไม่เรียกว่าเซอร์ไพรส์สิ
แต่โหวราตรีมืด โหวราตรีขาวนี่มันอะไรกัน?
อาจเพราะมีอะไรในใจ พอเห็นมีคนพูดถึง ‘โหวราตรีขาว’ หลินจือไปก็สะดุ้งโหยง
อย่าโป๊ะแตกนะ นามแฝงนี้ห้ามมีคำว่า ‘ไป๋’ เด็ดขาด
โชคดีที่ผู้อ่านแค่ล้อเล่น จะว่าไป ‘บทกวีแห่งแสงตะวัน’ ก็ชวนให้สับสนจริงๆ
ความจริงแล้ว ในรวมเรื่องสั้นสายดาร์กของโอตสึ อิจิชุดนี้ ‘บทกวีแห่งแสงตะวัน’ เป็นเรื่องเดียวที่ค่อนข้างอบอุ่น หลินจือไปเลือกลงเรื่องนี้ในฉบับนี้ก็เพื่อไม่ให้ทุกคนตีกรอบเขาเร็วเกินไป
อยากให้ผู้อ่านรู้ว่าปู่เยโหวไม่ได้เขียนแค่เรื่องแนวมืดมน สยองขวัญ และชวนขนลุกเท่านั้น นี่ก็เป็นการปูทางสำหรับการเขียนนิยายแนวอื่นในอนาคตด้วย
เป้าหมายสำเร็จแล้ว ให้รางวัลตัวเองด้วยการลงเรื่องสั้นแนวมืดมนสยองขวัญอีกสองเรื่องในฉบับหน้าละกัน
อย่างเช่น ‘อาเบล’ หรือ ‘เจ็ดห้อง’? ตัดสินใจแบบแฮปปี้ตามนี้แหละ!
หลินจือไปส่งต้นฉบับสองเรื่องสั้น