ก็ไม่ชอบนักเขียนคนนี้เลยแท้ๆ
ขณะที่ความคิดแวบขึ้นมา
เรื่องราวก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
[ฉันลืมตาขึ้น พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงผ่าตัด เมื่อลุกขึ้นนั่งก็เห็นว่านี่คือห้องกว้างที่มีข้าวของกระจัดกระจาย
มีชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ เขาอยู่ไม่ไกลจากฉันและกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างเงียบๆ
พอเห็นฉันตื่น ใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยยิ้ม]
มุมมองบุคคลที่หนึ่งสุดคลาสสิก
ทุกเรื่องของปู่เยโหวดำเนินเรื่องด้วยบุคคลที่หนึ่ง
แต่ตอนเปิดเรื่องสั้นเรื่องนี้ กลับไม่มีอะไรน่าตกใจเป็นพิเศษ
มีชายคนหนึ่งสร้างหุ่นยนต์ขึ้นมา
หุ่นยนต์ตัวนี้ก็คือ ‘ฉัน’
ฉันถูกชายคนนั้นพาไปยังป่าแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งไกลออกไปยังมีสุสาน
‘ฉัน’ ในเรื่องรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก
ทำไมพวกเราต้องอยู่ในป่า แล้วมนุษย์คนอื่นๆ อยู่ที่ไหนกัน?
ชายคนนั้นกล่าวว่า
มนุษย์ติดเชื้อแบคทีเรียที่ปกคลุมอยู่ในอากาศจนเกือบสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว
ก่อนการติดเชื้อ เขาและลุงได้ย้ายมาอยู่ที่นี่
แต่น่าเสียดายที่ลุงของเขาก็ยังติดเชื้อ และเสียชีวิตไปนานแล้ว
สุสานที่อยู่ไกลออกไปจากบ้าน ก็คือของลุงเขานั่นเอง
ตํานีอ่านไปพลางส่ายหัวไปพลาง
สมแล้วที่เป็นนาย ปู่เยโหว
เปิดเรื่องมาก็ยืมปากชายคนนั้น บอกเล่าแบบเรียบง่ายว่ามนุษย์แทบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว
งานเขียนของปู่เยโหวคนนี้ยังคงเย็นชาและไร้ความรู้สึกเหมือนเดิม
เวลาที่เขาบรรยายเรื่องความเป็นและความตายก็มักแฝงเหตุผลชวนขม