รื่องนี้กับเจ้าหน้าที่หลี่ว์ เช่นนั้นตอนนี้ก็อย่าหวังเลย
เขาโชคดีมากที่ตัวเองยังไม่ได้พูดเรื่องนี้กับหลินต้าเม่ย
“แค่มีปากเสียงกันหรือ? ไม่ได้ลงไม้ลงมือกระมัง?”
ใบหน้าของหลี่ว์ต้าซุ่นแสดงสีหน้าปั้นยาก ทั้งยังชี้ไปที่ใบหน้าของตัวเองที่มีรอยเล็บจาง ๆ อยู่ “ท่านเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ว่าข้าอยากลงไม้ลงมือ แต่เป็นนางที่เริ่มก่อน ข้าเพียงแค่ป้องกันตัวเองเท่านั้น ท่านดูนี่ ผ่านมาตั้งสองสามวันแล้วยังไม่หายเลย…”
เมื่อเขายืดคอขึ้น เจ้าหน้าที่หลี่ว์ก็เห็นรอยเล็บบนคอของเขาที่ยังดูสดใหม่อยู่
“นี่อะไร?” เจ้าหน้าที่หลี่ว์ขยับอยู่ครู่หนึ่ง
“หือ? ตรงไหนขอรับ?”
“ตรงนี้”
หลี่ว์ต้าซุ่นลูบดู ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าวันนั้นก่อนที่หม่าซานเหนียงจะกลับบ้านเดิมได้ทะเลาะกับเขา และดูเหมือนนางจะเอาเล็บมาข่วนเขาอยู่หลายที นี่น่าจะเป็นรอยแผลที่ได้มาจากตอนนั้น
แต่เขากลอกตาคราหนึ่ง แล้วเอาเรื่องนี้มา ‘ใส่ร้าย’ หลินต้าเม่ย บอกว่าหลินต้าเม่ยเป็นคนทำ
“ไอ้หยา ท่านเจ้าหน้าที่ ข้าไม่อยากพูดถึงเพราะอายที่จะพูด” หลี่ว์ต้าซุ่นยืดคออีกหน่อยแล้วชี้ไปที่รอยเล็บพลางกล่าวว่า “ท่านดูสิว่านางข่วนแรงแค่ไหน หลังของข้าก็โดนแบบนี้…”
ว่าแล้วก็เผยแผ่นหลังที่เปลือยซึ่งปรากฏรอยขีดข่วนทีละเส้น มองดูก็รู้แล้วว่าเป็นผู้หญิงทิ้งรอยไว้
และหญิงผู้นี้ยังเล็บยาวอยู่บ้างอีกด้วย
หลายคนได้ยินก็ล้วนหันมามอง
หลี่ว์ต้าซุ่นหาได้รู้สึกละอายไม่ ทั้งยังเปิดเสื