น ต้องใส่ใจเรื่องการประหยัดแรงกาย เพื่อให้สามารถใช้เวลาและพลังงานไปกับเรื่องที่มีคุณค่ามากกว่านี้ในอนาคตได้
“ข้าไม่ได้แก้ตัว ข้าถามเจ้าหน่อยว่าปีนี้พวกเราสองคนอายุเท่าไหร่แล้ว? เจ้าคิดว่าพวกเราจะสามารถทำงานอย่างเช่นตอนนี้ไปได้อีกนานเท่าใด?”
จูเหล่าโถวตกตะลึง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร? เจ้าคิดว่าข้าแก่แล้วหรือ?!”
ระยะนี้ในบ้านยุ่งอยู่กับการเก็บเกี่ยวช่วงฤดูใบไม้ร่วง มีเรื่องให้ใช้แรงอยู่มาก ความจริงเขาก็รู้สึกว่าหากเทียบกับเมื่อก่อนแล้ว ยามนี้ร่างกายเขาเริ่มอ่อนแอลง
แต่ถึงอย่างไรใจเขาก็ไม่ยอมรับ จึงกัดฟันแล้วทำงานต่อไป
เฝ้าดูพวกลูกชายในบ้านค่อย ๆ เติบโตขึ้นและทำงานได้มากขึ้นก็รู้สึกอิ่มเอมใจ แต่ก็หงุดหงิดอยู่ไม่น้อย พวกเขานับวันยิ่งโต แต่ก็กล่าวได้ว่าเขาเริ่มแก่ขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน
บางครั้งเขาก็หวังให้เวลาหยุดเดินไปเสีย…
“ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องที่ครอบครัวเจ้าห้าแท้งลูกไปเมื่อปีก่อน ปีนี้พวกเขาก็คงเป็นพ่อแม่คนไปแล้ว จากนั้นก็ยังเหลือเจ้าเจ็ดกับปาเม่ยอยู่” เย่อวี๋หรานไม่ได้ตอบเขา และยังคงพูดต่อไปว่า “อีกไม่กี่ปีลูกคนสุดท้องก็ต้องแต่งงานออกไปและมีลูก เมื่อถึงยามนั้นพวกเราก็แก่แล้ว แน่นอนว่าคงทำงานต่อไม่ไหว ถึงครานั้นใครจะเป็นคนรับผิดชอบเรื่องในบ้านเล่า?”
“ไม่ใช่ว่าเป็นเจ้ารับผิดชอบไปตลอดหรือ?” จูเหล่าโถวไม่คิดว่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด เขาเพียงแต่รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยเท่านั้น
ตัวเองเป็น ‘ผู้