จะเล่นงานบิดาของตัวเองอย่างลับ ๆ
จูต้าและจูเอ้อร์อาจมีข้อกริ่งเกรงเรื่องความกตัญญูเพราะเห็นแก่ที่จูเหล่าโถวเป็นบิดาบังเกิดเกล้า จึงค่อนข้างเคารพจูเหล่าโถว แต่หลังจากที่จูอู่และจูซื่อรู้ว่าจูเหล่าโถว ‘มีใจเป็นอื่น’ ก็ไม่อาจเคารพอีกฝ่ายได้ลงอีกต่อไป
ครอบครัวมีสมาชิกมากมาย หลายปีที่ผ่านมาล้วนพึ่งพามารดาของเขา ไม่ง่ายเลยกว่าความเป็นอยู่จะดีขึ้นมาได้ บิดาของเขากลับไปมีคนอื่นอยู่ข้างนอก นี่ไม่เท่ากับว่าลืมบุญคุณและทำผิดต่อมารดาของเขาหรอกหรือ?
บิดาเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับพวกไร้ประโยชน์ ทั้งยังขยันสร้างปัญหามาให้อีก ไม่มีก็ไม่เห็นจะเป็นไร!
“ความจริงปัญหาของหลินซื่อไม่ใช่เรื่องที่นางชอบไปยุ่งเรื่องบ้านเดิม แต่เป็นเรื่องที่นางพึ่งพาคนอื่นมากเกินไปต่างหาก ในอนาคตข้าต้องแก่ตัวลง เจ้าเองก็คงยุ่งอยู่ข้างนอก ถ้านางอยากยุ่งเรื่องบ้านเดิมก็ไม่เป็นไร แต่นางต้องมีความสามารถจะทำเช่นนั้นด้วย สามารถรับมือได้ทั้งเรื่องในเรือนนอกเรือน แบกรับเอาไว้ได้ทั้งหมด ช่วยจัดการให้เจ้าได้อย่างหมดจด อย่างนั้นก็ไม่มีปัญหา” เย่อวี๋หรานบอกความคิดของตัวเองออกมา “ขอเพียงสามารถประคองครอบครัวได้ นั่นก็คือความสามารถของนาง แต่ถ้าไม่มีความสามารถนี้ สักแต่จะเข้าไปยุ่ง เช่นนั้นก็ไม่ถูกต้องแล้ว”
นางยกตัวอย่างมาเล่าให้ฟัง หนึ่งในนั้นคือเรื่องเล่าของคนแก่ใจดีผู้หนึ่ง
กาลครั้งหนึ่งมีคนผู้หนึ่งเป็นมือปราบประจำที่ว่าการ เมื่อเก็บออมเบี้ย