ศึกษามาพักใหญ่ ไม่รู้ว่าลักษณะโง่งมทึ่มทื่อบนร่างเขากลายเป็นความซื่อ ๆ ที่แฝงกลิ่นอายบัณฑิตไปตั้งแต่เมื่อใด เพียงเห็นก็ทราบว่าเป็นหนอนตำราผู้หนึ่ง
ท่าทางคงแก่เรียนทว่าอ่อนแอขลาดเขลา รูปโฉมหรือก็ถอดแบบมาจากเจ้าของร่างเดิม หน้าตาดียิ่งนัก กล่าวได้ว่าเป็นคนที่มีรูปโฉมโดดเด่นที่สุดในหมู่พี่น้อง
อาศัยเพียงรูปลักษณ์ภายนอกเช่นนี้ กอปรกับความสำเร็จในการสอบเคอจวี่ เย่อวี๋หรานสามารถจินตนาการได้เลยว่าชีวิตของเขาในอนาคตคงไม่แย่เกินไปแน่นอน
หลังจากได้รับการอบรมจากอาจารย์เสิน จูชีก็แสดงคารวะต่อเย่อวี๋หรานด้วยความเคารพนอบน้อม ทั้งยังตอบคำถามโดยติดจะสำบัดสำนวนอยู่บ้าง
หาก ‘ความสำบัดสำนวน’ นี้ไปปรากฏในตัวผู้อื่นอาจชวนให้คนหมั่นไส้ แต่เมื่อนึกถึงว่าก่อนหน้านี้จูชียังเป็นคนสมองทึ่มผู้หนึ่ง เย่อวี๋หรานก็ไม่เพียงไม่รังเกียจ แต่กลับยินดีอย่างมาก “ไม่เลว ๆ ตอนนี้เสี่ยวชีดูเหมือนบัณฑิตขึ้นทุกวัน วันหน้าก็ต้องเชื่อฟังอาจารย์ ฟังให้มากพูดให้น้อย ตั้งใจเรียนหนังสือ หากมีสิ่งใดไม่เข้าใจก็ขอคำชี้แนะจากอาจารย์ให้มาก…”
เย่อวี๋หรานกำชับเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปพอสมควร
จูซานเข้ามาถ่ายทอดคำพูด บอกว่าอาจารย์เสินเชิญไปพบ
เย่อวี๋หรานทราบว่าจูซานคงแจ้งเอาไว้ล่วงหน้า เตรียมการไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
“คารวะอาจารย์เสิน!” เมื่อได้พบอาจารย์เสิน เย่อวี๋หรานก็แสดงคารวะอย่างมีมารยาท “มารบกวนอาจารย์อีกแล้ว หวังว่าท่านคงไม่ถือสา คนเป็นแ