ะไม่ทำให้เจ้าอีกหรือ?” เขาแต่งภรรยามานานแล้ว หนังหน้าไม่ได้บางอย่างที่อีกฝ่ายคิด จึงโต้ตอบกลับไป
สองพี่น้องต่างคนต่างหยอกล้อกันเอง
ส่วนจูซานกำลังดูแลซานเป่าและซื่อเป่าอยู่อีกด้านหนึ่ง ขณะเดียวกันก็เล่าความเป็นไปในตำบลให้จูต้าฟัง ประเด็นสำคัญคือเรื่องของต้าเป่าและเอ้อร์เป่า เมื่อเขาได้เป็นพ่อคนแล้วจึงค่อยเข้าใจ ‘หัวอกคนเป็นพ่อ’ ของพี่ใหญ่
คนเป็นพ่อไม่มีใครไม่ห่วงใยลูกตัวเอง แต่บางคนปากหนัก ไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไร บางคนพูดเก่งจึงทำให้คนอื่นสัมผัสได้ถึงความห่วงใยนี้ได้ง่ายกว่า
ถึงจูต้าจะไม่ได้พูดอะไร แต่รอยยิ้มมุมปากก็อธิบายทุกอย่างได้แล้ว
พี่น้องที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าใดนักในยามปกติคล้ายจะเข้ากันได้ดีอย่างมากในชั่วเวลานี้เอง
เห็นพี่ใหญ่ได้ฟังข่าวคราวของต้าเป่าและเอ้อร์เป่ามากมายเช่นนั้น จูเอ้อร์ก็พลอยดีใจไปกับเขาด้วย แต่เมื่อเขามองไปทางจูซานที่กำลังดูแลลูกน้อย ในใจกลับบังเกิดความรู้สึกอันแปลกประหลาดขึ้นมา พวกเขามีลูกกันหมดแล้ว ข้าเล่า? ลูกข้าอยู่ที่ไหน?
เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารมื้อเย็น จูซานจึงได้กินก๋วยเตี๋ยวเส้นมันเทศเป็นครั้งแรก
เมื่อเขาเห็นสิ่งที่เป็นเส้น ๆ ในถ้วย ก็ใช้ตะเกียบคีบขึ้นมาพินิจอยู่เป็นนาน “เหตุใดจึงใสเช่นนี้เล่า? เจ้านี่ใช้มันเทศทำจริงหรือ? เนื้อมันเทศมีสีขาวนี่นา”
เส้นบะหมี่ที่ทำมาจากแป้งข้าวก็มีสีขาว
แต่แป้งมันเทศมีสีขาว เส้นที่ทำมาจากแป้งมันเทศกลับเป็นสีเทา ๆ ทั