จเกินไปแล้ว
เย่อวี๋หรานเต็มใจช่วยพวกนาง นั่นเรียกว่าน้ำใจ ถ้าไม่เต็มใจช่วยเหลือพวกนางก็เป็นสิทธิ์ของอีกฝ่าย
“ยังคงแล้วไปเถอะ พวกเจ้าเพิ่งกลับมาเหมือนกัน ข้าไปกินข้าวที่เรือนพวกเจ้ายังต้องทำอาหารอีก ข้ากลับไปกินที่เรือนตัวเองดีกว่า พวกเขารู้ว่าข้าจะกลับมาตอนเที่ยง คงเก็บอาหารไว้ให้ข้าแล้ว” ตอนนี้เย่อวี๋หรานหิวมากจริง ๆ
นางกินข้าวตอนก่อนออกไปเมื่อเช้านี้ ไปกลับต้องเดินทางอยู่ตลอด จวบจนยามนี้ดวงตะวันเริ่มคล้อยไปทางทิศตะวันตก ถึงยามบ่ายเช่นนี้แล้ว ตอนนี้ไม่หิวสิแปลก
ปกตินางก็ไม่ได้กินจนอิ่มมากเหมือนคนอื่น แต่ยังคงทำตามความเคยชินจากชาติที่แล้ว กินแต่น้อยทว่ากินหลายมื้อ มื้อหนึ่งก็กินให้อิ่มแต่เพียงแปดส่วนเท่านั้น
ไม่ได้คิดว่าคราวนี้จะต้องไปนานถึงเพียงนี้ ทำให้นางได้สัมผัสกับความหิวโหยอย่างแท้จริง
จูซื่อเสิ่นมีสีหน้ากระดากใจ “ก็ได้เจ้าค่ะ พี่สะใภ้ คราวหน้าถ้ามีโอกาสค่อยเชิญท่านมากินข้าวที่เรือนนะเจ้าคะ”
“อืม!” ถึงอย่างไรทุกคนก็เป็นญาติกัน ถึงเย่อวี๋หรานจะไม่ชอบไปกินข้าวที่เรือนคนอื่นก็ยังคงต้องรับปาก
มีคนมาซื้อน้ำพริกเนื้อที่เรือน หลี่ซื่อเพิ่งขายของเสร็จ เดินออกมาส่งลูกค้า ก็เห็นเงาร่างที่คุ้นเคยเงาหนึ่งมาแต่ไกล
“ท่านแม่ ท่านกลับมาแล้ว?” นางรุดเข้ามารับหน้า “เหตุใดจึงไปนานเช่นนี้ล่ะเจ้าคะ? ปกติต้องกลับมาตั้งนานแล้วนี่นา?”
“ระหว่างทางมีเรื่องนิดหน่อย ทำให้เสียเวลา” เย่อวี๋หรานกล่าว
“แล้ว