จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นค่อยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในที่สุดก็ไล่นางเด็กชั้นต่ำนี้ไปให้พ้น ๆ ได้เสียที!
เมื่อหันกลับมาเห็นลูกชายซื่อบื้อของตนเอง จูซื่อเสิ่นก็นึกกลัดกลุ้ม พลางคิดหาวิธีเอาใจอีกฝ่าย
หากลองคิดดูตนเองก็อายุปูนนี้แล้ว ลูกชายก็ถึงวัยแต่งภรรยาแล้ว ล้วนกล่าวกันว่าถึงคราวเสพสุขได้เสียที แต่นางกลับต้องมาเจอเรื่องชวนเดือดเนื้อร้อนใจเช่นนี้ ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วตนเองไปก่อเวรทำกรรมอะไรไว้กันแน่
“ยังจะดูอะไรอีก? กลับกันเถอะ”
จูซื่อหู่เห็นสีหน้ามารดาของตนไม่สู้ดีก็หัวเราะทึ่มทื่อออกมาสองที เดินตามอยู่ข้างหลัง มุ่งหน้ากลับหมู่บ้านสกุลจู
เขารู้ว่าวันนี้ตนเองทำให้มารดาไม่พอใจ แต่เขายังจะทำอย่างไรได้?
เขาเองก็ไม่อยากทำเช่นนี้ แต่ฝั่งหนึ่งคือมารดาของตนเอง อีกฝั่งคือหลิวไป๋ฮวา เขาเลือกใครก็ผิดทั้งนั้น
ถึงตอนที่พวกเขากลับไปถึงหมู่บ้านสกุลจู ดวงตะวันก็เริ่มย้ายมาฝั่งทิศตะวันตกแล้ว
“พี่สะใภ้ วันนี้ท่านไปกินข้าวที่เรือนพวกข้าเถอะเจ้าค่ะ พวกข้ารบกวนท่านมาทั้งวันแล้ว” ถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน จูซื่อเสิ่นก็เป็นฝ่ายเชื้อเชิญเย่อวี๋หรานไปเป็นแขกที่เรือนด้วยตนเอง
คราวนี้หาใช่เพราะเกรงใจ แต่เป็นความละอายใจที่รบกวนอีกฝ่าย
รบกวนคนเขาครั้งแล้วครั้งเล่า คราวนี้ยังทำให้อีกฝ่ายไม่ได้กินมื้อเที่ยงอีก หิ้วท้องหิวมาจนถึงตอนนี้ หากถึงหน้าประตูเรือนแล้วไม่เชิญอีกฝ่ายไปเป็นแขกที่เรือนสักครา เช่นนั้นก็น่าละอายใ