ชวนสะเทือนอารมณ์ยิ่งนัก “ขอโทษเจ้าค่ะ ข้าขอโทษท่านจริง ๆ ข้าสร้างปัญหาให้ท่าน ท่านอย่าโทษพี่หู่จื่อเลย ทั้งหมดนั้นข้าเป็นคนทำผิดเอง…”
คราวนี้จูซื่อเสิ่นยิ่งคับข้องใจกว่าเดิม ผู้หญิงคนนี้ร้อยเล่ห์มารยาเหมือนที่พี่สะใภ้ว่าไว้ไม่มีผิด!
ถ้าไม่ได้พี่สะใภ้เตือนไว้ นางคงถูกใส่ร้าย ตายตกไปด้วยน้ำมือของนางคนชั้นต่ำผู้นี้แล้ว
นางถลึงตาใส่หลิวไป๋ฮวาอย่างโกรธแค้น แทบอยากบีบคั้นอีกฝ่ายให้แดดับไปเสียเดี๋ยวนั้น
หลิวไป๋ฮวาย่อมสัมผัสได้ถึงแววตาเป็นอริของอีกฝ่าย แต่เพื่อให้ตนเองแสดงได้สมจริงจึงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา ยังคงแสร้งทำเป็นเปราะบางน่าสงสารต่อไป
เพราะนางตระหนักดีว่าหากนางสู้จูซื่อเสิ่นไม่ได้ ก็จำเป็นต้องจับจูซื่อหู่เอาไว้ให้มั่น
นางแสดงเช่นนี้ก็เพื่อให้จูซื่อหู่ดู
แม้คำพูดของเย่อวี๋หรานจะทำให้นางนึกอยากถอดใจ แต่นางก็กระจ่างใจดีว่า หากนางยังไม่มีทางเลือกอื่น จูซื่อหู่ก็จะเป็นเหมือนที่เย่อวี๋หรานกล่าวไว้ นั่นก็คือฟางช่วยชีวิตของนาง!
ทั้งที่รู้ว่าหลิวไป๋ฮวามีแผนการอะไรอยู่ในใจ แต่จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นกลับไม่อาจเปิดโปงออกมาต่อหน้าจูซื่อหู่ ได้ แต่ร่วมแสดงไปด้วยกันกับอีกฝ่าย
เมื่อเกิดเรื่องวุ่นวายเช่นนี้ เวลาช่วงเช้าก็ผ่านไปทั้งอย่างนี้
เมื่อถึงคราวแยกจากกัน หลิวไป๋ฮวาเช็ดหน้าเช็ดตาแล้ว แผลบนหน้าผากก็ทายาจนเรียบร้อย มองไปแล้วก็ดีขึ้นมาก
ครั้นพาคนไปส่งบริเวณใกล้กับหมู่บ้านสกุลหลิว เห็นนางจากไปแล้ว