ีให้ลูกสาวตัวเอง หวังว่าจะมีผู้ชายสักคนที่ดีต่อนาง รักถนอมนาง ดูแลนางไปชั่วชีวิต…”
หลิวไป๋ฮวาไม่เข้าใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงเอ่ยถึงเรื่องเหล่านี้
“ดังนั้น ข้าจึงมักคิดอยู่เสมอว่าผู้ชายอย่างไรจึงจะเป็นสามีที่ดี เป็นคนที่จะทำดีต่อลูกสาวข้า” เย่อวี๋หรานพูดวกกลับมาอย่างเป็นธรรมชาติ “แล้วข้าก็พบว่าจำเป็นต้องมีลักษณะเช่นนี้ ข้อแรก ครอบครัวมีฐานะดี ถ้าฐานะไม่ดี ไม่มีกระทั่งข้าวสารจะกรอกหม้อ เขาจะเอาอะไรมาทะนุถนอมลูกสาวข้า? แล้วก็คงต้องให้ลูกสาวข้าลงไปทำงานในไร่นา เจ้าว่าใช่หรือไม่?”
แม้หลิวไป๋ฮวาจะมีความระแวดระวังเต็มเปี่ยม แต่กลับไม่พบว่ามีตรงไหนไม่ถูกต้อง จึงได้แต่ตอบรับกลับไป “เจ้าค่ะ”
“ข้อสอง แม่สามีกับน้องสามีไม่อาจใกล้ชิดกันเกินไป ความสัมพันธ์ระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้สำคัญเพียงใด เมื่อครู่ข้าได้พูดไปแล้ว แต่ที่จริงแล้วน้องสามีก็สำคัญเช่นกัน เจ้าลองคิดดู น้องสามีจึงจะเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของแม่สามี แม่สามีย่อมเอ็นดูลูกสาวตัวเองมากกว่าอยู่แล้ว เอาแค่ลูกสะใภ้ไม่กี่คนนั้นของข้า ถ้าใครกล้ามาขัดแย้งกับปาเม่ย ข้าย่อมจะจัดการนางเป็นคนแรกแน่นอน”
หลิวไป๋ฮวาคิดในใจ ‘ท่านไม่ต้องพูดข้าก็รู้’
จากคำร่ำลือนั้น เมื่อก่อนพอมีสะใภ้แต่งเข้าเรือนสกุลจูมาล้วนต้องเอาอกเอาใจจูปาเม่ยไปเสียทุกราย
ครั้งหนึ่งในอดีต จูปาเม่ยยังเคยเป็นแบบอย่างของน้องสามีตัวร้ายอีกด้วย
“ข้อสาม ชายผู้นั้นต้องมีความสามารถ ต้องชอบลูกสาวข้าจ