กให้เข้ารสแล้ว นั่นจึงจะเรียกว่าอร่อยจริง ๆ” เย่อวี๋หรานคลุกเส้นกับน้ำแกงให้ตนเอง เติมพริกบดลงไปพูนช้อน
แต่นางไม่ได้กินในทันที หากค่อย ๆ คลุกเคล้าไปอย่างใจเย็น รอให้รสชาติซึมซับเข้าเส้น
อ้อ ใช่แล้ว นางยังใส่น้ำเชื่อมผลไม้รสเปรี้ยวลงไปด้วย
นี่ทำให้นางนึกถึงบะหมี่วุ้นเส้นเปรี้ยวเผ็ดที่เคยกินเมื่อชาติก่อน น่าเสียดาย…
วัตถุดิบมีไม่ครบ เมื่อทำออกมาแล้วรสชาติย่อมต่างกันมาก
เย่อวี๋หรานดมกลิ่นพลางนึกเสียดาย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะได้กินบะหมี่วุ้นเส้นเปรี้ยวเผ็ดรสต้นตำรับแท้ ๆ สักครั้ง
ช้าก่อน ทำไมต้องใช้น้ำส้มด้วยเล่า?!
บะหมี่วุ้นเส้นเปรี้ยวเผ็ดใช้ผักดองแทนได้ไม่ใช่หรือ?!
นางอึ้งไปทันที รู้สึกเหมือนตัวเองขาดทุนย่อยยับ
ย้อนยุคมานานปานนี้ นางลืมผักดองที่สามารถกอบกู้โลกไปได้อย่างไร?!
เพียงใส่ผักดองก็ได้รสเปรี้ยวแล้วไม่ใช่หรือไร?
จะหมักหรือดองก็ได้ทั้งนั้น วิธีดองที่ไม่เหมือนกันทำให้ได้รสเปรี้ยวที่ต่างกัน วัตถุดิบที่ใช้ดองก็ให้รสชาติที่แตกต่างออกไปเช่นกัน
เพียงนึกถึงผักดอง เย่อวี๋หรานก็เริ่มน้ำลายสอเสียแล้ว
จูปาเม่ยกำลังกินอย่างเพลิดเพลิน เห็นมารดากลืนน้ำลายก็เอ่ยขึ้น “ท่านแม่ ไม่ต้องรอแล้ว เท่านี้ก็อร่อยมากแล้วนะเจ้าคะ ดูท่านสิ หิวขนาดนั้นแล้ว”
“ข้าหิวก็จริง แต่ไม่ได้อยากกินเจ้านี่” เย่อวี๋หรานพูดแล้วชิมน้ำแกง สัมผัสได้ถึงรสเปรี้ยวแฝงกลิ่นหอมผลไม้อ่อน ๆ จากในน้ำแกง นางกล่าวว่า “พวกเจ้าอยากลอง