ห้งได้เช่นกัน
เส้นแห้งสะดวกต่อการเก็บรักษา
เย่อวี๋หรานไม่ได้คิดจะทำเส้นมันเทศเพื่อเก็บเอาไว้ แต่ทำวันนั้นกินวันนั้น จึงไม่ได้ต่อราวไม้ไผ่และไม่ได้คิดจะนำไปตากแห้ง
นางแซะแป้งมันเทศออกมาจากถาดทีละแผ่นเพื่อให้เย็นเร็วขึ้น ทั้งยังบอกให้จูปาเม่ยช่วยตักน้ำเย็นมาสองชาม ให้จูปาเม่ยนำไปแช่ไว้ในน้ำเย็นแล้วยกออกมาวางบนเขียง
จูปาเม่ยทำงานไปพลางน้ำลายสอ
เย่อวี๋หรานเห็นแล้วก็อยากหัวเราะ “ต้องขนาดนั้นเลยหรือ? ใช่ว่าเจ้าไม่ได้กินมื้อเช้ามาเสียหน่อย อยากกินอะไรปานนั้น”
จูปาเม่ยถึงอย่างไรก็โตแล้ว หน้าบาง ค่อนข้างเขินอาย “ท่านแม่ มื้อเช้าผ่านไปนานแล้ว ข้าหิวมาตั้งนานแล้ว แป้งมันเทศที่ท่านทำก็อร่อยปานนั้น ไม่อยากกินสิแปลก…”
นางมองแป้งบนเขียงจนตาแป๋ว
เย่อวี๋หรานจนปัญญายิ่งนัก บอกให้อีกฝ่ายอุ่นหม้ออีกใบ “เอาล่ะ ข้าจะทำน้ำแกง ประเดี๋ยวก็ได้กินแล้ว”
จูปาเม่ยได้ยินเช่นนั้นก็ลิงโลดยินดี “ท่านแม่ ท่านดีจริง ๆ เจ้าค่ะ! ท่านเป็นแม่ที่ดีเลิศที่สุดในปฐพีนี้เลย!”
“เฮอะ ๆๆ…มีน้ำนมจึงเป็นแม่ ทำของอร่อยให้เจ้ากินถึงจะชมข้า ปกติไม่เห็นว่าเจ้าจะปากหวานปานนี้?” เย่อวี๋หรานหัวเราะเยาะ อีกฝ่ายเป็นสาวเป็นนางแล้วยังตะกละ
จูปาเม่ยแลบลิ้น “ที่ไหนกัน? ท่านแม่ ปกติข้าก็ชมท่านนี่นา ท่านแม่นอกจากจะทำอาหารอร่อยแล้ว ยังมีฝีมือด้านต่าง ๆ อีกมากมาย ทั้งปักผ้า สานสร้อยข้อมือ ย้อมสีผ้า ทำชาด…เห็นไหมเจ้าคะ ท่านแม่ ท่านมากความสามารถเกิน