คนนอก แต่เอ็นดูราวกับลูกสาวแท้ ๆ มีเด็กสาวคนไหนตอนอยู่บ้านเดิมไม่เคยทำให้คนเป็นแม่โมโหบ้าง? มีแต่ตอนที่ออกมาเป็นแขกนอกบ้านตัวเองถึงได้สุภาพเรียบร้อย ไม่ให้คนอื่นมาจับผิดได้” เย่อวี๋หรานกล่าว “พวกนางคอยปรนนิบัติรับใช้โดยมองว่าข้าเป็น ‘คนนอก’ ต่างหาก”
“ฮ่า ๆๆๆ…จูต้าเหนียง เจ้าไม่ต้องถ่อมตัวแล้ว แม้ว่าพวกข้าสองคนจะไปถึงช้าไปบ้าง แต่ตอนที่ลูกสะใภ้ของเจ้าทะเลาะกับหญิงปากสว่างอยู่ที่เรือนหมอชาวบ้านก็ปกป้องเจ้าอย่างแข็งขันยิ่งนัก เรื่องนี้พวกข้าได้ยินมาแล้ว ถ้าพวกนางมองว่าเจ้าเป็น ‘คนนอก’ จริง ๆ จะปกป้องเจ้าขนาดนี้หรือ?” เจ้าหน้าที่กล่าว “ตอนนี้เกรงว่าคงมีคนไม่น้อยอิจฉาเจ้าที่เลือกลูกสะใภ้ได้ดีขนาดนี้”
“หากอยู่ข้างนอกแล้วยังไม่รู้จักปกป้องข้า แบบนั้นไม่เท่ากับว่าข้าชุบเลี้ยงคนเนรคุณแล้วหรือ?” คำพูดของเย่อวี๋หรานปราศจากความเกรงใจแม้แต่น้อย นางกล่าวว่า “เลี้ยงสุนัขยังรู้จักส่ายหางให้ข้า ลูกสะใภ้ของข้าถ้าไม่รู้จักปกป้องข้าที่เป็นแม่สามีเวลาอยู่ข้างนอก ข้าคงขาดทุนย่อยยับ
แล้ว”
“เหตุผลก็เป็นเช่นนี้ แต่ก็ต้องมีความรู้สึกร่วมด้วยเช่นกันถึงจะแสดงออกมาได้ เจ้าดีต่อลูกสะใภ้ พวกนางจึงดีต่อเจ้า” เจ้าหน้าที่เปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเรื่องพริกแดง “พวกข้ามาถึงช้า มีหลายเรื่องยังไม่เข้าใจ ของที่หญิงปากสว่างขโมยไปจากแปลงผักบ้านเจ้าเรียกว่าพริกกระมัง?”
“ใช่แล้ว ก็คือพริก เพราะมันมีสีแดง ข้าจึงเรียกมันว่าพริกแดง