ลินซื่อไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย แต่อีกสามคนอยู่กันครบ เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสไม่ได้บอกว่าจะมาหาที่เรือนนี่นา?
แม้จะงุนงงสงสัย พวกนางก็ยังคงไปชงชาเตรียมเอาไว้แต่โดยดี
จูปาเม่ย หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยไม่อาจไปร่วมชมความครึกครื้นด้วยได้ ครั้นเห็นพวกนางออกมากันแล้วก็รีบกรูเข้ามาถาม
หลี่ซื่อแบ่งปันเรื่องราวด้วยความยินดี ทำงานไปพลางเล่าให้ฟังไปพลาง
พริบตาเดียวก็ติดหนี้ผู้อื่นสองร้อยแปดสิบสี่เหรียญ แทบไม่ต่างจากการควักหัวใจจูหย่งหนิงออกมาเลยทีเดียว
ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดงุ่นง่าน นับแต่ออกมาจากเรือนหมอชาวบ้านจนถึงเรือนตนเอง จูหย่งหนิงโมโหมาตลอดทาง ยกเท้าขึ้นถีบหญิงปากสว่างที่เพิ่งจะได้นั่งบนเก้าอี้จนล้มลงพื้น
“เจ้าทำอะไร?!” หญิงปากสว่างร้องลั่น
“ข้าทำอะไร? เงินตั้งสองร้อยแปดสิบสี่เหรียญ ครอบครัวเราต้องเก็บออมกันสักกี่วันถึงจะเก็บเงินได้มากมายขนาดนั้น? นางคนล้างผลาญ แบบนี้แม้แต่สมบัติก้นหีบก็ถูกเจ้าล้างผลาญไปหมดแล้ว…” จูหย่งหนิงด่าอย่างปวดใจ
หญิงปากสว่างกลับไม่ยอมรับ “เจ้าเป็นคนประทับนิ้วมือลงไปเอง ข้าไม่ได้เป็นคนประทับนิ้วเสียหน่อย ข้าก็บอกแล้ว เมล็ดพันธุ์พวกนั้นไม่ได้แพงขนาดนั้นเสียหน่อย เจ้าต่างหากที่อยากประทับนิ้วมือลงไปให้ได้ ประทับเสร็จแล้วยังจะมาโทษข้า? จูหย่งหนิง กล้าทำไม่กล้ารับ เจ้ายังเป็นผู้ชายอยู่ไหม?”
ตอนยังอยู่ข้างนอก นางถูกเขาทำให้ตกใจขวัญหายไปชั่วขณะ แต่ตอนนี้นางได้สติคืนมาแล