ๆ หนีห่างเขาไปไกล แล้วแทะหญ้าแห้งอยู่ตรงนั้น
หมอชาวบ้าน “…”
คราวนี้เสียเวลาไปนานจนกระทั่งเขาได้ยินเสียงคนข้างนอกพูดกันว่า “จูต้าเหนียงมาแล้ว!”
การมาถึงของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ทำให้ลานเรือนที่เดิมทีเงียบสงบเปลี่ยนเป็นคึกคักขึ้นมาในชั่วพริบตา คนไม่น้อยคอยสังเกตสีหน้าท่าทางของนาง ต้องการจะคาดเดาให้รู้เงื่อนงำล่วงหน้า
เมื่อหญิงปากสว่างเห็นอีกฝ่าย สีหน้าก็เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ผุดลุกขึ้นมาทันที “หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์! เจ้ายังมีหน้ามาอีกหรือ?! เจ้าฆาตกรสังหารคน เจ้าถึงขั้นคิดจะวางยาพิษฆ่าข้า เจ้าคอยดูเถอะ รอจนท่านหมอรักษาข้าเสร็จแล้ว ข้าจะขอแลกชีวิตกับเจ้า…”
เย่อวี๋หรานมีสีหน้าไร้ความรู้สึก จะชำเลืองแลอีกฝ่ายสักนิดยังคร้านจะทำ นางเรียกหาหลี่ซื่อ บอกให้อธิบายให้ฟังว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไรกันแน่
หลี่ซื่อได้เรียบเรียงคำพูดในสมองเอาไว้ตั้งแต่ทราบว่าแม่สามีจะมาแล้ว นางอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นโดยใช้คำพูดไม่กี่ประโยค
ครั้นเย่อวี๋หรานได้ยินว่าหญิงปากสว่าง ‘ขโมย’ พริกสดสีแดงไป สีหน้าก็เย็นชาขึ้นมาทันที “พริกเล่า?”
“ตรงนี้มีอันหนึ่ง” ในกลุ่มคน คนที่มาถึงช้าผู้หนึ่งรีบส่งสิ่งของออกมาให้
เย่อวี๋หรานเห็นว่าเป็นพริกสีแดงดังคาดก็รับมา แล้วเดินขึ้นหน้าไปตบหญิงปากสว่างหนึ่งฉาด
เพียะ!
คนทั้งกลุ่มตะลึงอึ้งอยู่กับที่
สวรรค์?! ไม่เสียทีที่เป็นจูต้าเหนียง ร้ายกาจ!
ตบกันทั้งอย่างนี้เลยเรอะ?! จะเร็วไปเกินไปหรือไม่?
บา