หลี่กับจูเหล่าโถวที่กำลังคุยกันอยู่หน้าเรือน ครั้นได้กลิ่นหอมนี้ก็พากันชะงักไป
“นี่คืออันใด เหตุใดจึงหอมเช่นนี้?” คนขายเนื้อแซ่หลี่กลืนน้ำลายแล้วพูดขึ้น
จูเหล่าโถวสูดดมพลางแยกแยะทิศทางที่มาของกลิ่นนั้น “น่าจะเป็นเมียข้ากำลังทำกับข้าว ฝีมือทำอาหารของนางเป็นเลิศมาตลอด…”
แต่คราวนี้หอมยิ่งนัก กลิ่นหอมโชยออกไปเกือบสิบลี้อยู่แล้ว ปกติไม่เห็นว่านางจะแสดงฝีมือเต็มที่ขนาดนี้เลยนี่นา?!
ถ้าไม่ใช่เพราะมีแขกอยู่ด้วย จูเหล่าโถวก็อยากจะบุกเข้าไปในครัวเพื่อดูว่าภรรยาของเขาทำอาหารเลิศรสอันใดอยู่กันแน่
คนขายเนื้อแซ่หลี่เคยได้ยินเพียงชื่อเสียงอันร้ายกาจของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ แต่คิดไม่ถึงว่านางจะมีฝีมือทำอาหารเป็นเลิศเพียงนี้ เขาตะลึงไปยกใหญ่ ทันใดนั้นก็ตระหนักได้ว่าจูเหล่าโถวช่างมีวาสนา ถ้าภรรยาของเขาทำอาหารได้หอมหวนชวนลิ้มรสปานนี้ เขาก็ยินดีที่จะมี ‘ชื่อเสีย’ ว่า ‘คนกลัวเมีย’ เหมือนกัน
คนอื่น ๆ ที่กำลังล้างเครื่องในหมูใกล้จะเสร็จแล้วบริเวณท้ายเรือนได้แต่ครุ่นคิดอยู่ในใจว่า ท่านแม่ นี่จะหอมเกินไปไหม?!
“ท่านแม่ทำของอร่อยอีกแล้วสินะ ทำไมหอมอย่างนี้?!” จูอู่พลันรู้สึกเหมือนมีเรี่ยวแรงทำงานมากกว่าเดิมทันที
“ไม่รู้ แต่ต้องอร่อยแน่นอน” จูซื่อกล่าว “เร่งมือหน่อย รีบทำให้เสร็จ พวกเราจะได้ไปกินข้าวกัน”
เหมือนว่าทุกคนต่างก็น้ำลายสอกันหมด ไม่คิดว่าเครื่องในหมูมีกลิ่นเหม็นอีกแล้ว รีบแบ่งงานกันทำ คนที่รับผิดชอบล้าง