บทที่ 372 เพาะกล้ามันเทศ
ตอนนี้ยังไม่มีของหายากอะไร ได้แต่นำสิ่งของที่ทำกันเองตามมีตามเกิดมาประยุกต์ทำเป็นอะไรใหม่ ๆ แล้ว
โชคดีที่สกุลจูทำดอกไม้ตากแห้งมานาน มีกลีบดอกไม้ชนิดต่าง ๆ มากมาย ตากดอกไม้แห้งสำหรับชงชาไปพร้อมกันก็สะดวก
เย่อวี๋หรานกลับไปหยิบถุงใบหนึ่งมาจากในห้อง แล้วส่งให้พวกจูปาเม่ย “พวกเจ้าเย็บใกล้จะเสร็จแล้วก็ยัดเจ้านี่เอาไว้ข้างใน กลีบดอกไม้พวกนี้มีกลิ่นหอม พอยัดเข้าไปกระต่ายน้อยก็จะหอมไปด้วย”
พวกจูปาเม่ยดีอกดีใจยิ่งนัก
หลังจากยัดไส้กลีบดอกไม้จนเสร็จภายในเวลาไม่นาน พวกนางก็เย็บปิดปากตุ๊กตาผ้าต่อหน้าเย่อวี๋หราน
“ท่านแม่ ท่านดูสิเจ้าคะ นี่คือกระต่ายน้อยที่ข้าเย็บเอง” จูปาเม่ยถือตุ๊กตาผ้าที่มีเพียงเค้าโครงทั้งยังหยาบอยู่มากด้วยท่าทางเบิกบานใจอย่างยิ่ง
หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยก็ยื่นออกมาให้เย่อวี๋หรานดูด้วยท่าทางดีอกดีใจเช่นกัน
เนื่องจากตุ๊กตาผ้ามีขนาดเล็ก พวกนางแต่ละคนจึงเลือกผ้าที่ตนเองชมชอบ เมื่อเย็บออกมาจึงได้ผลลัพธ์ไม่เลว
ไม่อาจกล่าวว่าประณีตงดงาม แต่สำหรับเด็กสาวในยุคสมัยนี้แล้ว นี่ก็คือของแปลกใหม่ น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก!
เย่อวี๋หรานรับมาพินิจดู “พวกเจ้าไม่รู้สึกว่าขาดอะไรไปหรือ?”
“ขาดอะไรไปหรือเจ้าคะ?”
“กระต่ายย่อมมีดวงตากับริมฝีปาก แล้วตากับปากของมันเล่า?”
จูปาเม่ยรับกลับมาดูแล้วโอดครวญว่า “หา ต้องเย็บตากับปากด้วยหรือเจ้าคะ? แต่ข้ายังไม่เคยเรียนปักผ้าเลยนะเจ้าคะ…”
ย