ถึงเวลาพวกเจ้าแค่ทำตามก็ใช้ได้แล้ว” เย่อวี๋หรานมองหลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยที่ยังทำความสะอาดไส้หมู จากนั้นรีบเตือนพวกนางว่าอย่าหั่นมันหมด นางหยิบมันออกมาพลิกและล้างมัน และนางยังมีสิ่งที่ต้องทำทีหลังอยู่
เมื่อนึกถึงเนื้อรมควัน เย่อวี๋หรานก็หยิบเนื้อที่ยังไม่ได้หมักเกลือมาใส่ลงกะละมัง
“ชิ้นนี้ไม่ต้องหมัก ค่อยเอาไว้ใช้ประโยชน์ทีหลัง”
หลินซื่อตอบรับ “ได้เจ้าค่ะท่านแม่”
หลิวซื่อมองเนื้อชิ้นใหญ่ขนาดนี้ก็ลังเลเล็กน้อย “ท่านแม่เจ้าคะ ข้าคิดว่าพวกเราควรหั่นเนื้อเป็นชิ้นเล็กลงหน่อยหรือไม่เจ้าคะ? ชิ้นนี้มันใหญ่เกินไปสำหรับคนขายเนื้อแซ่หลี่หรือไม่เจ้าคะ? พวกเราก็ให้ซองแดงไปแล้วด้วย”
“ก็แค่ชิ้นเดียว คนทำงานตั้งนานจะให้ลำบากเปล่า ๆ ไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงในอนาคตที่ต้องคบค้าสมาคมกัน หากไม่อยากให้คนอื่นไม่พอใจเรา ก็อย่าหาเรื่องทำให้คนอื่นขุ่นเคือง” เย่อวี๋หรานถึงกับไปไม่เป็นเล็กน้อยกับการทำอะไรก็ล้วนตระหนี่ของลูกสะใภ้คนนี้
นางลืมไปแล้วหรือว่าเนื้อหมูนี่คนขายเนื้อแซ่หลี่เป็นคนหั่นมันด้วยตัวเอง เจ้าคิดว่าถ้าส่วนแบ่งน้อยเกินไปแล้วคนจะไม่รู้หรือ?
ทำตัวตระหนี่ขนาดนี้ ในอนาคตจะคบค้าสมาคมกับคนในหมู่บ้านได้อย่างไร?
เย่อวี๋หรานบอกให้หลี่ซื่อที่ไม่ได้ทำอะไรว่าอย่ามาอยู่หลังบ้านตลอดเวลานัก ถ้าซานเป่าและซื่อเป่าตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นนางจะไม่เป็นปัญหาหรือ?
วันนี้ทุกคนยุ่งมาก ไม่มีเวลาไปดูแลเด็กเป็นเพื่อนนางหร