ะใภ้แต่แรกแล้ว เพียงกำชับเล็กน้อยก็รู้เรื่อง
ถ้ายังไม่วางใจ นางค่อยมาตรวจสอบตอนเริ่มต้น ระหว่างนั้น หรือตอนเก็บงานก็ได้เช่นกัน
ทางด้านจูเหล่าโถวยิ่งไม่จำเป็นต้องกังวลใจ เขาเป็นคนดูแลแปลงเพาะชำของครอบครัว คราวนี้เขาพาคนในหมู่บ้านทำแปลงเพาะชำ กล่าวได้ว่าเป็นสารถีเจนทาง ชำนาญยิ่งนัก
หลี่ซื่อแอบมาพบเย่อวี๋หราน “ท่านแม่ พวกเราสอนคนอื่นโดยไม่เก็บงำอำพรางเช่นนี้ ไม่ค่อยดีกระมัง?”
“ทำไมจะไม่ดีเล่า?” เย่อวี๋หรานถาม
หลี่ซื่อกระซิบ “สอนพวกเขาจนทำเป็นแล้ว ต่อไปครอบครัวเราก็ไม่ได้เปรียบแล้วน่ะสิเจ้าคะ?”
“พวกเราก็ไม่ได้จะอาศัยเรื่องนี้เพื่อให้ได้เปรียบคนอื่นสักหน่อย” เย่อวี๋หรานกล่าว “ข้าต้องการให้พวกเขาทำเป็น พวกเขาจะได้รู้ว่าติดตามสกุลจูของพวกเราแล้วจะได้มีเนื้อกิน เมื่อเวลาผ่านไป พวกเราคิดจะทำอะไร พวกเขายังจะไม่ทำตามอีกหรือ? เจ้าน่ะ อายุยังน้อย หัดเรียนรู้เอาไว้ให้มาก ผลประโยชน์บางอย่างใช่ว่าจะมองเห็นด้วยตาเปล่า”
แม้หลี่ซื่อจะพอใจเข้าใจว่าการช่วยเหลือคนในหมู่บ้านให้ร่ำรวยไปด้วยกันมีผลดีต่อสกุลจู แต่ก็ยังไม่ค่อยยินยอมพร้อมใจเท่าใดนัก
ครอบครัวตนเองยังไม่ทันร่ำรวยก็เอาประสบการณ์มาสอนคนอื่นเสียแล้ว ออกจะขาดทุนเกินไป
เย่อวี๋หรานมองออกว่าอีกฝ่ายไม่ยินดี จึงทอดถอนใจอย่างจนปัญญา นางกล่าวว่า “วางใจเถอะ แม่แค่ให้พวกเจ้าสอนวิธีปลูกให้พวกเขา ไม่ได้จะสอนเรื่องหลังจากนั้น พอทุกคนปลูกมันเทศเป็นกันหมดแล้ว มั