ล้าเท่าไหร่”
เย่อวี๋หรานก็อยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน บอกให้พวกเขาระวังขณะตัดเครือมันเทศ อย่าทำก้านเครือเสียหาย ส่วนนี้ถ้าจัดการได้ดียังสามารถนำไปเพาะสำหรับปลูกใหม่ได้
เมื่อทุกคนได้ยินว่าของสิ่งนี้นำไปเพาะชำได้ด้วยเช่นกันก็ไม่อิดออด นางบอกว่าทำอย่างไร พวกเขาก็ทำเช่นนั้น
คนครึ่งหมู่บ้านออกมาช่วยกัน เกิดความเคลื่อนไหวอึกทึกครึกโครม
สมดังคำกล่าวที่ว่าสามัคคีคือพลัง คนจำนวนมากขนาดนั้น ไม่นานนักมันเทศที่เหลืออยู่ครึ่งหมู่ก็เก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นแล้ว
เจ้าหน้าที่ทำรายนามเอาไว้ ครอบครัวไหนทำงานมากน้อยเท่าไหร่ล้วนบันทึกไว้ทั้งหมด
“เจ้าหน้าที่ ท่านจะบันทึกเอาไว้ทำไม ทำงานเยอะกว่าเดิม ท่านก็ไม่ได้จะให้กล้ามาเพิ่มเสียหน่อย” มีคนไม่ลืมคำกล่าวก่อนหน้านี้ของเจ้าหน้าที่ จึงได้ถามขึ้นมา
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า “ครั้งนี้แจกจ่ายครั้งแรก ขาดแคลนกล้า แบ่งให้เยอะไม่ได้ แต่ถ้าปลูกหลายครั้ง มีกล้าเยอะแล้วก็สามารถแบ่งให้มากกว่าเดิมได้แล้วไม่ใช่รึ?”
คนชนบทค่อนข้างเรียบง่ายสัตย์ซื่อ ไม่ได้คิดอะไรมาก ได้ยินเจ้าหน้าที่พูดเช่นนั้นก็พลันรู้สึกว่าที่ตนเองตั้งใจทำงานนั้นเป็นเรื่องถูกต้องแล้ว ทำงานให้หมู่บ้าน ทำงานมากหน่อยมีครั้งไหนเสียเปรียบบ้าง?
มันเทศที่เก็บเกี่ยวเสร็จแล้วถูกขนไปที่เรือนหลังใหม่ของสกุลจูแล้วนับต่อหน้าทุกคน ให้ทุกคนได้รับทราบกันไว้
หลังจากนับเสร็จแล้ว เย่อวี๋หรานก็สั่งการลูกสะใภ้ให้พาสตรีในหมู่บ้านช่วยกันคัด