งคาเขา แล้วจะกล่าวโทษที่จูเหล่าโถวชอบมาเดินเล่นที่เนินเขาฝั่งนี้ได้อย่างไร? แม่ม่ายฉินก็อาจพูดได้ว่า ‘ใช่แล้ว ข้าไม่เห็นหรอก นี่ไม่ใช่ภูเขาของบ้านข้าเสียหน่อย เขาชอบเดินเล่นที่ไหน ข้ายังจะทำอะไรได้?’
แม่ม่ายฉินตามไม่ทัน นางกล่าวว่า “สมควรอะไรหรือผู้อาวุโส ใครไปล่วงเกินจูต้าเหนียงเข้าให้?”
ผู้อาวุโสจ้องนางนิ่ง ไม่พูดจา
แม่ม่ายฉินคล้ายจะคิดอะไรขึ้นมาได้ “ผู้อาวุโส ท่านจ้องข้าแบบนี้ทำไม? ท่านคงไม่ได้หมายความว่า…ข้า?!”
นางชี้หน้าตัวเอง ท่าทางตะลึงพรึงเพริด
“ข้าไปล่วงเกินจูต้าเหนียงได้อย่างไร?” นางกล่าวต่อไปว่า “เรือนข้าอยู่ห่างจากเรือนนางตั้งไกล ปกติไม่ได้เจอหน้าจูต้าเหนียงด้วยซ้ำ แล้วจะไปล่วงเกินนางได้อย่างไร? อย่าว่าแต่นางเลย กระทั่งลูกสะใภ้ของนาง ข้าก็ไม่เคยเจอ”
“แค่กแค่ก!” ผู้อาวุโสไอเบา ๆ หลายที “มีคนเห็นว่าจูเหล่าโถวเคยมาช่วยทำนาให้เจ้า”
แม่ม่ายฉินใจเต้นรัว “ผู้อาวุโส ท่านหมายความว่าอย่างไร? พี่ใหญ่จูเห็นแก่ความสัมพันธ์กับสามีข้าในอดีต จะช่วยข้าสักหน่อยก็ไม่ได้หรือ? ผู้อาวุโส ท่านคงไม่ได้คิดว่าที่นารกร้างของครอบครัวพวกข้ากว้างขนาดนั้น ผู้หญิงคนเดียวอย่างข้าจะสามารถจัดการได้หรอกนะ? ปกติท่านก็ไม่ได้ให้คนมาช่วยข้านี่นา?”
ในพริบตานั้น แม่ม่ายฉินก็ตัดสินใจเด็ดขาด ขอเพียงไม่ได้ถูกจับได้คาหนังคาเขาบนเตียง ตีให้ตายนางก็ไม่มีทางยอมรับ
นับประสาอะไรที่นางกับจูเหล่าโถวก็ยังไปไม่ถึงขั้นนั้นจร