ของผู้หญิงซึ่งไม่เหมือนยามปกติ
จูปาเม่ยยังค่อนข้าง ‘ไร้เดียงสา’ ไม่เข้าใจว่าพี่สี่ของนางกังวลเรื่องอะไร คิดแค่ว่าอีกฝ่ายมีงานต้องทำ แต่กินอิ่มแล้วอยากอู้จึงใช้นางเป็นข้ออ้าง เพราะต้องการหาข้ออ้างดี ๆ ที่ฟังขึ้นสักอย่าง
“จะกังวลเรื่องใดเล่า? ท่านแม่ยังไม่กังวลเลย ท่านไม่เห็นหรือว่าท่านแม่ก็ยอมให้มาโดยไม่ได้พูดอะไรเลยไม่ใช่หรือ?” จูปาเม่ยถาม
จูซื่อชำเลืองมองแล้วกล่าวว่า “นั่นเป็นเพราะท่านแม่รู้ว่าพวกเราจะตามมาด้วยแน่นอน”
ปากพูดเช่นนี้ แต่เขากลับรู้สึกว่าท่านแม่มั่นใจเกินไปแล้ว คิดว่าเด็กเวรพวกนั้นจะเกรงกลัวชื่อเสียงของนางจนไม่กล้าคิดทำเรื่องโง่เขลาต่ำช้า
แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากใจกล้าสักหน่อยก็จะอิ่มท้อง แต่หากใจกล้าน้อยหน่อยก็จะหิวตาย
เรื่องที่คนอื่นจะเกรงกลัว เกรงว่าคง ‘ไม่แน่นอน’ นัก หากมีคนไม่อยากตายจึงคิดอยากลองเสี่ยงเดิมพันดูสักตั้งเล่า?
จูปาเม่ยกลอกตา ไม่คิดจะสนใจจูซื่ออีก จับมือหลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยเร่งฝีเท้าเดินไปข้างหน้าและกระซิบกระซาบกัน
สาวน้อยสามคนหัวเราะคิกคัก รวมกลุ่มอยู่ด้วยกันทั้งวันก็ยังพูดคุยกันไม่พอ ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรให้คุยกันมากมายนัก
พวกนางพูดไปหัวเราะไป บางครั้งก็หันกลับมามองสองสามีภรรยาจูซื่อและหลี่ซื่อ สายตาราวกับจะสื่อว่า ดูสิ ๆ รีบดูเร็วเข้าว่าพวกเขาสองคนทำอะไรกันอยู่?
จูซื่อ “…”
มากับภรรยาและลูกชายเช่นนี้ ความจริงแล้วเขาต้องคิดเรื่องความเป็นส่วนต