ามเพ้อฝันของนาง
“ไม่มีอะไร!” หลิวเหวินเกินตอบกลับลูกชาย แล้วผลักประตูเรือนเข้าไป
เขาสวมเสื้อผ้าเก่าที่เต็มไปด้วยรอยปะชุน บนขายังมีคราบโคลนและหญ้าแห้ง หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อ เห็นได้ชัดว่าเขารีบร้อนวิ่งกลับมา
สามารถรับรู้ได้ว่าระหว่างทางกลับมานี้ เขาร้อนใจเพียงใด กังวลว่าจะเกิดเรื่องกับครอบครัวถึงเพียงไหน
คนที่ซื่อสัตย์เช่นนี้เอง เขามองไปทางภรรยาที่ยังคุกเข่าอยู่บนพื้น ถามอย่างเจ็บปวดว่า “ที่นางพูดมาเป็นเรื่องจริงหรือไม่?”
“เจ้าหมายถึงใคร?” ภรรยาของหลิวเหวินเกินพยายามฉีกมุมปากเป็นรอยยิ้ม นางพยายามแก้ตัว “เหวินเกิน เจ้าต้องเชื่อนะ ข้าแต่งให้เจ้ามาหลายปี ถึงจะไม่มีคุณงามความดี แต่ก็พากเพียรทำงานหนัก ข้าคลอดลูกชายและสั่งสอนลูกสาวให้เจ้า ข้า…”
นางพยายามบอกว่าตนเองทำเพื่อครอบครัวนี้มามากมายเพียงใด
แม้ว่าตอนที่นางออกเรือนให้หลิวเหวินเกินในปีนั้นจะไม่ได้มีสินเดิมมามากมาย แต่นางอยากใช้ชีวิตร่วมกับเขาด้วยใจจริง
หลายปีมาแล้ว ลูกชายลูกสาวก็โตกันแล้ว ถึงวัยเจรจางานมงคลแล้ว เขาไม่อาจสงสัยคนข้างหมอนเพียงเพราะคำพูดของคนนอก
ภรรยาของหลิวเหวินเกินยังคงพูดต่อไป แม่สามีของนางเห็นหลิวเหวินเกินแล้วก็กล่าวขึ้นเช่นกันว่า “เหวินเกินเอ๊ย เจ้าอย่าไปฟังนางพูดเหลวไหล นางเป็นหญิงอสรพิษ เจ้าฟังข้า เมื่อกี้หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ไม่ได้โกหกเจ้า ที่นางพูดมาล้วนเป็นความจริง นาง…”
ก็เหมือนกับที่เย่อวี๋หรานพูด หากกล่าวถึงแรง