บทที่ 353 จากเรื่องดีกลายเป็นเรื่องร้าย
หลิวเหล่าไท่อายุมากกว่าเย่อวี๋หรานหลายปี เพียงคิดดูก็รู้ได้ ผู้ที่จูซานจ้วงมาดูตัวด้วยคือหลานสาวของนาง เช่นนั้นนางก็คงจะรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจู
เพียงแต่ว่าจูซานจ้วงรั้งอันดับท้าย ๆ ในครอบครัวสกุลจู ขณะที่หลิวเยี่ยนอยู่อันดับต้น ๆ ในครอบครัวสกุลหลิว
หรือก็หมายความว่าฝ่ายหนึ่ง ‘อายุน้อย’ ฝ่ายหนึ่ง ‘อายุมาก’ หลิวเหล่าไท่อายุน้อยกว่าแม่เฒ่าจูหลายปีทีเดียว
คนที่อายุมาก ประสบการณ์ก็มากตามไปด้วย
หลิวเหล่าไท่เริ่มเท้าความหลังตอนเกิดภัยแล้งเมื่อครั้งนางยังเด็ก ตอนนั้นผู้คนอดอยากหิวโหย กระทั่งเปลือกต้นไม้ยังไม่มีให้แทะ ไม่รู้ว่ามีคนหิวตายไปมากมายเท่าไหร่
“ตอนนั้นโหดร้ายมากจริง ๆ พ่อแม่ข้าอดอยากจนไม่เหลือสารรูปคนแล้ว ข้ากับพี่ชายข้าก็อดอยากจนไม่มีแรงเดิน วัน ๆ ได้แต่พิงอยู่ข้างกำแพง ไม่อยากขยับตัวทำอะไรทั้งนั้น”
“เพราะเพียงขยับเล็กน้อยก็จะทำให้ของที่อยู่ในท้องย่อยสลายไปหมด”
“เรื่องอย่างกินดิน กินเด็ก ก็ผุดขึ้นมาในช่วงนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อแม่ข้าตัดใจไม่ลง ตอนนั้นข้าคงถูกคนแลกเอาตัวไปแล้ว”
……
เริ่มจากกล่าวถึงความหลังที่น่าเจ็บปวด หลิวเหล่าไท่ค่อยหันกลับมาชมว่าเย่อวี๋หรานมีความสามารถ ได้ยินว่าครอบครัวนางทำนาน้ำที่สามารถปลูกข้าวได้ ทั้งยังปลูกมันเทศที่เก็บเกี่ยวได้สองครั้งต่อปี ถ้ายุคนั้นมีของแบบนี้ก็คงไม่มีคนอดอยากล้มตายกันมากมายถึงเพียงน