ีหรือเปล่า
“เฮ้อ…นี่ก็เป็นเรื่องน่าจนใจจริง ๆ” เย่อวี๋หรานตระหนักดีว่าอีกฝ่ายต้องการสิ่งใด นางแสร้งเป็นลำบากใจ ทอดถอนใจรำพันว่า “หลิวเหล่าไท่ ถ้าท่านไม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมา ข้าก็ไม่รู้จะพูดกับท่านอย่างไรดี แต่ในเมื่อท่านออกปากแล้ว เช่นนั้นข้าก็ไม่ขอปิดบังท่าน”
อาศัยว่าอีกฝ่ายนับเลขไม่เป็น เย่อวี๋หรานเริ่มไล่เรียงว่าในหมู่บ้านสกุลจูมีทั้งหมดกี่ครัวเรือน รวมกับเครือญาติของตนเอง เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสของแต่ละหมู่บ้าน จำนวนก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว
นอกจากนี้นี่ยังเป็นเพียงจำนวนครัวเรือนเท่านั้น แต่ละบ้านต้องแบ่งกล้ามันเทศให้จำนวนเท่าไหร่ นางก็ต้องเตรียมกล้ามันเทศไว้จำนวนเท่านั้น
แต่ครอบครัวนางเพิ่งจะปลูกมันเทศเป็นปีแรก จะมีกล้ามันเทศมากมายขนาดนั้นได้อย่างไร จึงได้แต่ทยอยปันให้ทีละชุด นั่นก็เป็นเรื่องอับจนปัญญา
แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ก็ยังฝืดเคืองอยู่ดี ถ้าระหว่างขั้นตอนการปลูกเกิดข้อผิดพลาดหรือเสียหาย แต่ละครอบครัวจะได้กล้าจำนวนเท่าไหร่ นางก็ยังไม่ทราบ
“มันเทศหน้าหนาวพวกนี้แทนที่จะบอกว่าเป็นมันเทศหน้าหนาว ไม่สู้บอกว่าเป็นมันก่อนหน้าหนาวหรือมันฤดูใบไม้ร่วงจะเหมาะกว่า มันเทศเติบโตในช่วงที่มีแสงแดด ถ้าปลูกช้ากว่านี้ก็ไม่ขึ้นแล้ว”
“ตอนนี้ปัญหาใหญ่ที่สุดของข้าก็คือไม่มีกล้ามันเทศมากพอจะส่งมอบให้ทุกคนในคราเดียว ต้องปันไปทีละชุด ต้องมีคนได้ก่อนและคนที่ได้ทีหลังแน่นอน”
“ถ้าคนท้าย ๆ ก็แย่หน่อย ช่วงเวลาปลู