วกนี้ที่ตากแห้งแล้วไปไว้ในห้องนาง
เพราะเป็นเรือนใหม่ นางจึงมีห้องของตัวเองแล้ว
ถ้าให้พูดก็คือหลินซานเม่ย หลินซื่อเม่ยต้องนอนที่เรือนหลังเก่า แต่บางครั้งทั้งสามสาวก็อยากอยู่ด้วยกัน จึงเป็นเรื่องปกติที่จะมาเบียดอยู่ด้วยกัน
เมื่อวางผ้าในห้องแล้ว จูปาเม่ยก็เริ่มไล่คน “เรียบร้อยแล้วท่านพี่ ท่านไปทำงานของท่านเถอะ ที่เหลือพวกเราจะจัดการเอง”
“นี่ไล่คนเลยหรือ? ยามที่มีงานก็เรียกข้า เมื่อไม่มีงานก็ไม่ต้องการข้าแล้วงั้นสิ? ได้ ข้าไปแล้ว” ก่อนจูอู่จะจากไปยังเข้ามาลูบหัวจูปาเม่ย
ผมของจูปาเม่ยล้วนถูกทำให้ยุ่งเหยิง นางจึงรู้สึกโมโหขึ้นมา “พี่ห้า!”
น่าเสียดายที่คนออกจากห้องไปแล้ว
หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยลอบหัวเราะอยู่ข้าง ๆ
“หัวเราะอะไรกัน ไม่เห็นหรือว่าข้าถูกพี่ห้ารังแก ยังไม่รู้จักช่วยกันอีก” จูปาเม่ยมองพวกนางเขม็ง
หลินซานเม่ยยิ้มและพูดว่า “ข้าไม่กล้าหรอก พี่ห้าสุภาพกับเจ้า แต่กับพวกข้าไม่ได้สุภาพด้วย ยามที่สั่งพวกเราล้วนไม่ได้ปฏิบัติกับพวกเราเหมือนผู้หญิงเลย”
“ใช่แล้ว” หลินซื่อเม่ยพูด “ครั้งก่อนพี่ห้าต้องขนของหนักมาก แต่โยนมาให้ข้ากับซานเม่ยรับไว้แล้วตัวเองก็วิ่งไปเลย ข้ากับซานเม่ยขนของอยู่นานมากกว่าจะเสร็จเรียบร้อยดี”
“พี่ห้ากับพี่สี่เหมือนกันตรงที่ล้วนชอบเกียจคร้าน พวกเขาควรจะสนใจอนาคตสักหน่อย ยามที่มีท่านแม่อยู่ก็ยังดี แต่พอท่านแม่ไม่อยู่ พวกเขาสองคนก็ทำตัวขี้เกียจ พวกเจ้าต้องอยู่ให้ห่างเท