ยว่าจะแข็งค้างไปเล็กน้อย นางจ้องจูเหล่าโถวแน่แน่ว “เจ้าเพิ่งพูดอะไรออกมา? ข้าหูอื้อ ได้ยินไม่ถนัด เจ้าพูดอีกครั้งซิ”
ตอนแรกยังเกรี้ยวกราด แต่ให้ทำซ้ำอีกครั้งกลับไม่น่าเกรงขามอีกแล้ว
จูเหล่าโถวเกร็งคอตอบกลับไป “ข้าพูดว่าข้าเป็นผู้ชาย ข้าต่างหากที่เป็นหัวหน้าครอบครัว บ้านนี้ข้าเป็นคนตัดสินใจ”
รอบนี้ความน่าเกรงขามสู้ครั้งแรกไม่ได้แม้แต่น้อย
สีหน้าและน้ำเสียงของเย่อวี๋หรานยังคงไม่เปลี่ยนแปลง “พูดอีกรอบ”
“ข้าพูดไปแล้ว จะทำไม? ข้าเป็นผู้ชาย ข้าต่างหากที่เป็นหัวหน้าครอบครัว บ้านนี้ข้าเป็นคนตัดสินใจ” คำพูดยังคล่องปาก แต่จูเหล่าโถวยิ่งพูดก็ยิ่งไร้น้ำหนัก เขาแทบไม่กล้าจ้องตาเย่อวี๋หรานกลับไปตรง ๆ
เขาบังเกิดความรู้สึกเหมือนกับว่า ถ้าเขามองนางมากกว่านี้ก็อาจถูกนางถลกหนังเลาะกระดูกเอาได้
“เยี่ยม ยอดเยี่ยม!” เย่อวี๋หรานยิ้มเย็น
กานอี้เซียนใจหายใจคว่ำ “จู…จูต้าเหนียง ท่านใจเย็น…ฆ่าคนผิดกฎบ้านเมืองนะ”
“เจ้าจะทำอะไร? เมียเฒ่า ข้าเตือนเจ้าไว้ก่อนนะ ตรงนี้มีพยาน ฆ่าคนผิดกฎบ้านเมือง ได้ยินหรือไม่…” น้ำเสียงจูเหล่าโถวสั่นสะท้าน
เย่อวี๋หรานย่างเข้ามาหาก้าวหนึ่ง
จูเหล่าโถวตกใจถอยหลังไปหนึ่งก้าว
แต่เขาโชคไม่ดีเท่าไหร่ ถอยหลังไปเหยียบท่อนไม้จนสะดุดล้มก้นจ้ำเบ้า
“ซี้ด…” เขาเจ็บปวดจนต้องสูดลมหายใจหนาวเหน็บ
“ท่านลุงจู ท่านไม่เป็นไรกระมัง?” กานอี้เซียนโยนไก่ป่าในมือทิ้งไป รีบเข้าไปช่วยประคองคน
เย่อวี๋หรานหยิบก