้วนดีงาม พวกเจ้าก็ไม่ต้องไปคิดมาก”
“จะไม่คิดมากได้อย่างไร นี่เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวพันถึงชั่วชีวิตของลูกชายข้าเชียวนะ” จูซานเสิ่นมีสีหน้ากลัดกลุ้ม “พี่สะใภ้ ท่านไม่รู้หรอกว่าตั้งแต่เริ่มดูตัวเป็นต้นมาก็เหมือน ๆ กันหมด ข้าดูมาหลายต่อหลายคนแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะข้าอดทนเอาไว้ ไม่อยากได้คนที่แย่เกินไป ป่านนี้ข้าอาจสู่ขอสะใภ้เจ้าปัญหาสักคนกลับมาแล้วก็เป็นได้”
จากนั้นก็เล่าเรื่องคู่ดูตัวของลูกชายที่นางเคยต้องตาไม่กี่คนนั้นให้เย่อวี๋หรานฟัง
ตอนนี้แม่นางน้อยเหล่านั้นกลายเป็นภรรยาของผู้อื่นไปแล้ว ตอนยังไม่ได้ออกเรือนก็ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร แต่หลังจากออกเรือนไปแล้วกลับพบปัญหาเป็นพะเรอเกวียน
บางคนตะกละ มักแอบกินลับหลังแม่สามีเป็นประจำ บางคนทำงานเหลาะแหละ กระทั่งซักเสื้อผ้ายังซักได้ไม่สะอาด บางคนไม่ลงรอยกับสามี ทั้งหยิกทั้งข่วน มักทะเลาะกันเป็นประจำ…
“เจ้าไปฟังแม่สามีของพวกนางพูดมาใช่ไหม?” เย่อวี๋หรานแค่ฟังก็รู้เรื่อง
กล่าวกันว่าแม่สามีกับลูกสะใภ้เป็นศัตรูตัวฉกาจของกันและกันโดยธรรมชาติ มีแม่สามีสักกี่คนที่จะเห็นสตรีที่มาแย่งลูกชายตัวเองไปรื่นหูรื่นตา?
นับประสาอะไรกับยุคสมัยที่มองลูกสะใภ้เป็นคนนอกเช่นนี้ ไม่ว่าแม่นางน้อยเหล่านั้นจะดีหรือไม่ดี หลังออกเรือนไป จะมีชื่อเสียงดีงามแพร่ออกมาให้ได้ยินก็แปลกแล้ว
อย่าเห็นว่าปีนั้นเจ้าของร่างเดิม ‘ดุร้าย’ แต่สุดท้ายมี ‘ชื่อเสีย’ ที่โหดร้ายเช่นนั้นแพร่ออกม