สกุลจู เรื่องจูซานจ้วงและจูซื่อหู่ยิ่งไม่มีทางเก็บมาใส่ใจ
แม้เย่อวี๋หรานจะเคยเห็นหน้าเด็กสองคนนี้หลายครั้ง แต่ก็เป็นเด็กอายุสิบกว่าปีเท่านั้น ในยุคปัจจุบันก็เป็นวัยที่ยังเรียนหนังสืออยู่เลย นางจึงไม่คิดไปทางนั้นเพราะความเคยชิน
แต่ตอนนี้เมื่อเทียบกับจูซื่อ นางพลันรู้สึกว่าทั้งสองน่าจะถึงวัยเจรจางานมงคลได้แล้วกระมัง?
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นมองหน้ากันแล้วยิ้มออกมา “กำลังดูอยู่เจ้าค่ะ”
จากนั้นก็บอกเย่อวี๋หรานอย่างเปิดเผยว่า พวกนางกำหนดเวลาและสถานที่สำหรับดูตัวเอาไว้แล้ว ตอนนี้กำลังเตรียมตัวกันอยู่
เนื่องจากยังไม่มีการตกลงหมั้นหมาย แม่นางน้อยผู้นั้นยังไม่นับว่าเป็นคนในครอบครัวตนเอง จึงปฏิบัติตามธรรมเนียม ไม่แพร่งพรายว่าอีกฝ่ายเป็นลูกสาวบ้านไหน เพียงบอกสถานการณ์ของอีกฝ่ายให้ฟังคร่าว ๆ
เป็นต้นว่าฐานะครอบครัวไม่เลว พี่น้องผู้ชายที่บ้านเดิมแต่งงานกันหมดแล้ว ครอบครัวมีที่นามาก สามารถเลี้ยงคนในครอบครัวได้
ตอนที่นางจะออกเรือนมาทางนี้ยังจะแบ่งที่ดินเป็นสินเดิมติดตัวมาด้วย
จากสองข้อนี้ก็อธิบายเรื่องหนึ่งได้อย่างชัดเจนแล้ว นั่นก็คือไม่มีบ้านเดิมที่เป็นตัวถ่วง
แน่นอนว่าในเมื่อครอบครัวของฝ่ายหญิงมีฐานะไม่เลวก็ย่อมมีเงื่อนไขในการดูตัวเป็นธรรมดา
จูซานเสิ่นกล่าวอย่างเกรงใจว่า “เพราะได้วาสนาของพี่สะใภ้ใหญ่แท้ ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะครอบครัวพวกท่านทั้งสร้างเรือนหลังใหม่ เก็บเกี่ยวมันเทศ เจ้าเจ็ดยังเรียนหนังสื