าว่างเสียจริงนะ!” หลี่ซื่อย่อมทราบว่าเกิดอะไรขึ้นในเรือนตัวเอง นางจึงเดินออกไปด้วยสีหน้าเย็นชา
ครั้นหญิงปากสว่างเห็นว่าเป็นใครก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วน “เป็นเจ้าหรอกหรือ แล้วแม่สามีเจ้าเล่า?”
คนที่อยู่ข้าง ๆ รีบหาข้ออ้างว่ามีธุระถอนตัวออกไปโดยไว
หลี่ซื่อไม่สนใจคนที่หนีไปผู้นั้น นางยกมือขึ้นกอดอก กล่าวกับหญิงปากสว่างว่า “วางใจ แม่สามีข้าไม่อยู่ ถ้าแม่สามีข้าอยู่ด้วย เจ้าคิดว่าเจ้ายังจะยืนอยู่ตรงนี้ได้งั้นหรือ? เจ้าก็ว่างเสียจริง ทุกคนล้วนกำลังทำงานกันอยู่ เจ้ากลับมีเวลามาว่าร้ายครอบครัวข้าอยู่ตรงนี้ ข้าก็แปลกใจเหมือนกัน เมื่อวานแม่สามีข้ากำชับให้เหลืออาหารไว้ให้บนเตา แต่ทำไมพอหันกลับมาอีกทีก็ไม่มีเสียแล้ว? เจ้าว่าข้าควรไปถามกับคนที่มาช่วยงานเมื่อวานนี้ไหมว่ามันเกิดเรื่องอะไรกันแน่?”
หญิงปากสว่างกินปูนร้อนท้อง รีบพูดทันทีว่า “โธ่เอ๊ย เจ้าไม่พูดข้าคงนึกไม่ออกแล้ว น้ำพริกเนื้อของบ้านเจ้าอร่อยจริงเชียว คนที่มากินเลี้ยงเมื่อวานนี้ล้วนชอบกันทั้งนั้น แต่ละคนชมกันไม่หยุดปาก”
จากนั้นก็เริ่มพล่ามว่าน้ำพริกเนื้ออร่อยอย่างนั้น คราวนี้ชื่อเสียงคงขจรขจาย คนมาซื้อของกับสกุลจูคงมากกว่าเดิม
“ถึงตอนนั้น ครอบครัวพวกเจ้าคงค้าขายได้เงินเยอะ น่าอิจฉาจริง ๆ!”
“มีอันใดน่าอิจฉา?” หลี่ซื่อไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย นางกล่าวว่า “ครอบครัวพวกข้ามีที่ดินนิดเดียว แต่ต้องเลี้ยงคนมากมาย ทั้งยังต้องส่งจูชีเรียนหนังสือ เงิน