านลงมือ หลี่ซื่อและจูปาเม่ยก็ทำให้หลินต้าเม่ยเผยธาตุแท้ เปลี่ยนจากร้องไห้เป็นด่าทอ หันมาทะเลาะกับพวกนาง
ก่อนนี้ยังมีสภาพน่าเวทนา ร้องไห้เจียนขาดใจ ชั่วพริบตาก็มีเรี่ยวแรงมาปะทะฝีปาก น้ำเสียงกราดเกรี้ยว
บุรุษสกุลจูที่เกือบจะถูกหลอกได้สำเร็จแล้วตะลึงงัน ไม่เพียงเท่านั้น พวกหลินซื่อที่ประหวัดถึงความสัมพันธ์ฉันพี่น้องก็ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นเช่นกัน
ทันใดนั้นพลันรู้สึกว่าตนเองโง่งมยิ่งนัก
ถูกหลอกมาก็ตั้งหลายครั้งหลายครา แต่ทุกครั้งที่พี่สาวของพวกนางเริ่มร้องไห้ เหตุใดพวกนางจึงตกหลุมพรางอยู่เรื่อย?
นอกจากความปวดใจ ยังรู้สึกหนาวเหน็บ ปวดร้าวใจไปทั้งดวง
ที่แท้ นี่ก็คือพี่สาวของพวกนาง?
เย่อวี๋หรานเห็นว่าพอสมควรแล้ว ก็หยิบท่อนไม้ขึ้นมาทุบประตูคราหนึ่ง
ปัง!
เสียงดังสนั่นทำให้คนในเรือนสะดุ้งตกใจไปตาม ๆ กัน
“จูต้าเหนียง ท่านจะทำอะไร?” หลินต้าเม่ยเห็นท่อนไม้ในมือเย่อวี๋หราน สีหน้าก็พลันแข็งค้าง
ตลกแล้ว คำเล่าลือว่าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์เอะอะก็ใช้มีด นางจะไม่เคยได้ยินมาก่อนได้อย่างไร?
แม้ครั้งนี้จะไม่ใช่มีดแต่เป็นท่อนไม้ แต่ครั้นนึกถึงว่าท่อนไม้นั้นอาจฟาดลงบนร่างตัวเอง หลินต้าเม่ยก็อยู่เฉยไม่ไหวแล้ว
เย่อวี๋หรานไม่พูดสักคำ ตีสีหน้าเย็นชา ถือท่อนไม้ย่างสามขุมเข้ามาหา
หนึ่งก้าว
สองก้าว
สามก้าว
หลินต้าเม่ยมองจังหวะก้าวเดินไม่เร็วไม่ช้าของอีกฝ่าย ความกดดันพุ่งพรวด ก้าวถอยหลังอย่างประหวั่นลนลาน
แต่ดูเหมือนว่านา