นเดียวก็เอาอยู่?!
คนอื่น ๆ ที่มุงอยู่ตกตะลึง “…”
สมกับที่เป็นหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ มีดีพอตัว!
มือข้างหนึ่งจับแขนหลินต้าเม่ยเอาไว้ มืออีกข้างกดศีรษะหลินต้าเม่ยไว้บนพื้นดินอย่างแน่นหนา ปล่อยให้นางร่ำร้องด่าทอ แต่ไม่ยอมปล่อยมือ
สภาพของหลินต้าเม่ยแลดูน่าเวทนาอยู่บ้าง กล่าวได้ว่าไร้กำลังตอบโต้ได้ นางแผดเสียงกร้าว “ปล่อยข้านะ! เจ้าเล่นทีเผลอนี่นา แน่จริงเอาใหม่ พวกเรามาชนกันซึ่งหน้า”
เย่อวี๋หรานหรือจะยอมประจันหน้ากับอีกฝ่ายตรง ๆ เรื่องแบบนี้ต้องมาโดยไม่คาดหมาย มิเช่นนั้นจะเรียกว่าการจู่โจมสายฟ้าแลบได้อย่างไร?
นางเรียกหลิ่วซื่อและหลิวซื่อเสียงเย็น บอกให้พวกนางหาเชือกมามัดหลินต้าเม่ย
หลิ่วซื่อและหลิวซื่อทำตามคำสั่งทันที ในไม่ช้าก็หาเชือกกลับมาได้
เย่อวี๋หรานกดมือของหลินต้าเม่ย ให้พวกนางมัดคนเอาไว้
หลินต้าเม่ยแผดเสียงลั่น “ผู้ใดกล้ามัดข้า?! มารดามันเถอะ! พวกสมควรตาย…”
ผรุสวาทถ้อยคำหยาบคายออกมาไม่หยุด
เย่อวี๋หรานเดือดดาล “อุดปากนางให้ข้า”
จูซาน จูซื่อ และจูอู่มีประสบการณ์มาแล้ว รีบถอดถุงเท้าของตัวเองส่งมาให้ทันที
หลี่ซื่อรับถุงเท้ามาได้ก็ไม่สนใจว่าเป็นของใคร รีบยัดใส่ปากหลินต้าเม่ยทันที
ฉับพลันนั้น หลินต้าเม่ยก็ร้องไม่ออกอีกแล้ว “อื้อ ๆๆ…”
คนรอบข้างตกตะลึง “…”
แหวะ น่าขยะแขยงชะมัด อยากจะอ้วก!
จูต้าเหนียงไม่อยากให้คนกินข้าวกันนี่นา
เย่อวี๋หรานทำเป็นมองไม่เห็นแล้วสั่งว่า “หาเก้าอี้มา!”
หลังจากนั้น