งครู่หนึ่ง หลังจากส่งฝาแฝดซานเป่าและซื่อเป่าให้แม่ของนางแล้วก็มายุ่งอยู่กับการต้อนรับแขก
ถึงอย่างไรวันนี้ในบ้านก็มีคนมาตั้งมากมายเพียงนี้ ในฐานะลูกสะใภ้ นางจะนั่งอยู่กับคนของบ้านพ่อแม่นางนานสักหน่อยก็ไม่เป็นไร แต่ถ้านั่งนานเกินไป ใครจะเป็นคนทำหน้าที่สอดส่องคนในงานแทนนางเล่า?
เย่อวี๋หรานเดาไว้แล้วว่าวันนี้ทุกคนจะต้องยุ่งมาก พวกลูกสะใภ้ล้วนมีคนของบ้านพ่อแม่นางต้องดูแล ดังนั้นทุกคนจึงล้วนมีเรื่องให้จัดการ ตราบใดที่พวกนางยังสามารถจัดการงานในมือได้จนเสร็จสิ้น เรื่องอื่นของตัวเองจะยืดหยุ่นสักหน่อยก็ย่อมได้
ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุนี้ หลี่ซื่อ และหลิวซื่อทั้งสองคนคงไม่มีเวลาว่างไปจัดการเรื่องของตัวเอง
เทียบกับทั้งสองคนแล้ว หลิ่วซื่อดู ‘น่าสงสาร’ อยู่สักหน่อย
พ่อหลิ่วและแม่หลิ่วเดิมทีก็ยึดถือการให้ความสำคัญกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิงเป็นพิเศษ จึงไม่ได้สนใจลูกสาวคนนี้มากนัก เมื่อมาเห็นว่าคนที่โดดเด่นไม่ใช่ลูกสาวของครอบครัวตัวเอง แต่กลับเป็นบ้านสะใภ้สี่ ในใจจึงบังเกิดความไม่พอใจขึ้นมา
“นังเด็กนี่โง่เขลาเสียจริง!” แม่หลิ่วฉวยโอกาสที่ไม่มีใครสังเกตดึงหลิ่วซื่อมาสั่งสอนด้านข้าง นางจิ้มหน้าผากหลิ่วซื่อและพูดว่า “บทบาทของพี่สะใภ้ใหญ่[1]น่ะ เจ้าเป็นสะใภ้ใหญ่แต่ยังสู้น้องสะใภ้สี่ของเจ้าไม่ได้ด้วยซ้ำ เช่นนี้เจ้าจะยังเป็นสะใภ้ใหญ่ได้อีกหรือ?”
“ไม่ใช่ว่าข้าบอกเจ้าไปแล้วหรือว่าให้ฉลาดกว่านี้หน่อย บอกแม่สามีเจ้าไ