ือร้นกันจริง ๆ!”
นางเดินเข้าไปนั่งยอง ๆ ลงแล้วถามพวกเขาอย่างใจเย็นว่าเกิดอะไรขึ้น
กระต่ายไม้แบบนี้ใช่ว่ามีเพียงตัวเดียวเสียหน่อย ครั้นทราบว่าเป็นเด็กฝาแฝด เกรงว่าจะไม่ยุติธรรม ตอนที่มารดาของนางให้ช่างไม้ไฉช่วยทำของเล่นให้พวกเขา แต่ไหนมาก็มักจะให้ทำเป็นคู่
จูปาเม่ยหยิบกระต่ายไม้อีกตัวมาให้ “มา ๆๆ ตรงนี้มีอีกตัวหนึ่ง”
หากน่าเสียดายที่ซานเป่าและซื่อเป่าดื้อรั้นนัก พวกเขาส่ายศีรษะปฏิเสธ ยังคงยื้อยุดกระต่ายน้อยตัวเดิมอย่างมุ่งมั่น ไม่ว่าใครก็ไม่ยอมปล่อยมือ
“เห็นหรือยัง ข้าลองแล้ว ไม่มีประโยชน์หรอก” หลินซานเม่ยกล่าวอย่างกลัดกลุ้ม “ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร พักนี้พวกเขาชอบแย่งสิ่งของกันยิ่งนัก ของหน้าตาเหมือนกันแท้ ๆ พวกเขาก็จะไปแย่งมาจากมืออีกฝ่ายให้ได้”
“เด็กน้อยก็เป็นเช่นนี้แหละ” จูปาเม่ยเอ่ย “แม่ข้าบอกว่าตอนข้ายังเล็กก็ชอบแย่งสิ่งของกับพี่เจ็ดอยู่บ่อย ๆ”
นอกเรือนนั้น หลี่ซื่อวิ่งไปถึงข้างกายเย่อวี๋หรานแล้ว
“ท่านแม่ ท่านกลับมาแล้ว!”
เย่อวี๋หรานเห็นสีหน้ายินดีปรีดาของนางก็มองมาอย่างประหลาดใจ “ทำไม? เจ้ามีเรื่องจะพูดกับข้าอีกแล้ว?”
“ไม่มีเจ้าค่ะ ท่านแม่ ข้าแค่อยากฟังท่านพูด” หลี่ซื่อหัวเราะฮิฮิแล้วกล่าวต่อไปว่า “ท่านแม่ไม่ให้ข้าไปทางนั้นด้วยนี่นา ข้าก็อยากฟังสักหน่อยว่าตกลงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“คนที่กลับมาก่อนหน้านี้ไม่ได้เล่าให้เจ้าฟัง?” เย่อวี๋หรานแสดงออกว่าไม่เชื่ออย่างชัดเจน “ด้