แล้ว”
“ใช่แล้ว สิ่งที่คนเราปรารถนาในชีวิตก็คือการได้กินอาหารดี ๆ มีเสื้อผ้าดี ๆ ใส่ ได้อาศัยอยู่ในบ้านที่สุขสบาย เท่านี้ไม่ใช่หรือไร?” เย่อวี๋หรานเห็นอีกฝ่ายก็พูดคุยกับนางเหมือนเมื่อก่อน ราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น “แก่แล้ว ถ้าข้ายังไม่สร้างเรือนใหม่อีก ถึงคราวตายก็ต้องฝั่งร่างใต้ธรณี ไม่มีโอกาสได้เสพสุขอีกแล้ว”
“เจ้ายังสามารถเสพสุขได้ แต่ข้ากลับอนาถกว่า ไม่เห็นแม้เงาของเรือนหลังใหม่” หญิงปากสว่างมีเรื่องที่อยากรู้มาสักพักแล้ว จึงหยั่งเชิงถามว่า “ได้ยินมาว่าครอบครัวเจ้าจะร่วมมือทำการค้ากับคนในหมู่บ้าน เป็นเรื่องจริงหรือ?”
“ร่วมมือทำการค้าอะไรกัน? เจ้าหมายถึงเรื่องซื้อของไปขายน่ะหรือ?” เย่อวี๋หรานยิ้มพลางกล่าวต่อไปว่า “ใช่แล้ว เป็นเรื่องจริง เรื่องนี้ง่ายมาก ไปทำสัญญากับเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสเสร็จก็สามารถมาซื้อสินค้าครอบครัวข้าไปขายในหมู่บ้านอื่น ๆ ได้แล้ว การทำมาค้าขาย สิ่งที่หวังก็มีแค่หาเงินด้วยกันอย่างปรองดองไม่ใช่หรือไร”
หญิงปากสว่างได้ยินเช่นนั้นก็หวั่นไหวในใจ “นั่นน่ะสิ หากทำการค้า สิ่งที่หวังก็มีแค่หาเงินด้วยกันอย่างปรองดอง จูต้าเหนียง เจ้ามีความคิดอ่านไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป ไม่แปลกเลยที่เจ้าจะหาเงินได้”
เริ่มจากชมเชยเย่อวี๋หรานยกใหญ่ ตามมาด้วยการหยั่งเชิงถามว่าการจับมือกันทำการค้านี้มีเงื่อนไขพิเศษอะไรบ้าง
เป็นต้นว่าต้องมีเงิน หรือต้องเป็นคนที่ค้าขายเก่