ดก็คือคนทำการค้า
หากคนธรรมดาทั่วไปไม่ได้มีสมองเช่นนั้น คนค้าขายตัวเล็กตัวน้อย ชั่วชีวิตก็คงผ่านไปเช่นนี้เอง
ทว่าคนบางคนสามารถหาเงินที่คนอื่นใช้เวลาทั้งชีวิตก็ไม่อาจหาได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่ปีหรือสิบกว่าปี นี่ก็คือความแตกต่าง
นางไม่อาจรับประกันว่าทุกคนจะสามารถหาเงินได้ แต่มั่นใจว่าสามารถทำให้คนส่วนใหญ่ได้ผลประโยชน์จากเรื่องนี้
นอกจากนี้ ลึก ๆ แล้วในใจนางยังมีแผนการอันยิ่งใหญ่รอให้นางดำเนินการอยู่
“เบื้องบนเกรงว่าพ่อค้าวาณิชจะร่ำรวยเกินไป จึงไม่ยอมให้คนเป็นพ่อค้าเข้าร่วมการสอบเคอจวี่” เย่อวี๋หรานยกความจริงขึ้นมาพูด “พวกท่านลองคิดดู พ่อค้ากุมเงินไว้ในมือ ปรารถนาสิ่งใดก็ได้ครอบครองสิ่งนั้น ถ้าอำนาจยังอยู่ในมือพวกเขาอีก ทั้งค้าขายทั้งเป็นขุนนาง คนอื่นจะใช้ชีวิตอย่างไร?”
เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสครุ่นคิดตาม “ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น”
“ข้าเองก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ทุกคนหาเงินได้กันหมด การค้าขายก็เหมือนกับการเพาะปลูกนั่นแหละ บางคนสอนครั้งเดียวก็ทำเป็นแล้ว แต่บางคนไม่มีสมองด้านนี้ สอนอยู่นานก็ทำได้ไม่ดีเท่าคนอื่น เช่นนี้ยังจะทำอย่างไรได้?”
ตัวอย่างที่เย่อวี๋หรานยกมานั้นช่วยให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งนัก
เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสดูแลหมู่บ้านสกุลจูแห่งนี้ย่อมทราบดีว่าใครบ้างในหมู่บ้านนี้เพิ่งหัดเพาะปลูกก็ทำเป็นทันที ใครบ้างเพาะปลูกมาหลายปีแล้วก็ยังทำได้ไม่ดีเหมือนคนอื่น
“เป็นเช่นนั้น เรื่องแ