น “ญาติบ้านมารดาของพี่สะใภ้สามมีคนที่บ่มสุราด้วย พอพี่สามไปรับพี่สะใภ้สาม ค่อยวานให้นางไปขอมาก็ได้ พวกเรารอจับกันตอนหน้าหนาว ตอนนี้อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยว มีนกกระจอกบินว่อนเต็มไปหมด ของกินมีอยู่เยอะแยะ ไม่แน่ว่ามันจะยอมกิน แต่ว่าหน้าหนาวนกกระจอกหาของกินไม่ค่อยได้ ถ้าเห็นว่าบนพื้นมีของกิน มันจะต้องลงมากินแน่นอน ถึงตอนนั้นก็จับง่ายแล้ว…”
เมื่อได้ยินจูซื่อเอ่ยถึงลูกสะใภ้คนที่สาม เย่อวี๋หรานก็นึกขึ้นมาได้ว่าคราวที่แล้วมีคนบอกว่าไปเห็นจางเยียนในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
หลี่ซื่อเคยพูดไว้ว่าหมู่บ้านแห่งนั้นมีการเช่าภรรยา[3] หัวใจของนางราวกับมีแมวข่วนอย่างไรอย่างนั้น รู้สึกว่าเรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลัง
นางหวังว่านี่คงไม่ใช่นิ้วทองคำกำลังชี้ทางให้อยู่หรอกนะ นางไม่กลัวหนึ่งหมื่น เพียงกลัวหนึ่งในหมื่น[4]
เย่อวี๋หรานบอกให้จูซื่อออกไปก่อน แล้วซักถามจูซานอย่างคลุมเครือว่ามีความเห็นอย่างไรต่อเรื่องที่จางเยียนมักจะกลับไปบ้านมารดาแต่ไม่ยอมกลับมา
“อยากกลับก็กลับ ไม่อยากกลับก็ไม่ต้องมา” จูซานพูด “ท่านแม่ ท่านไม่ต้องสนใจนาง ปล่อยนางไป คิดว่าครอบครัวสกุลจูเราขาดแคลนลูกสะใภ้หรือไร ถ้านางอยากกลับก็ให้กลับมาเอง ถ้าไม่อยากกลับก็ไม่ต้องกลับมาอีกเลย”
ที่จริงจูซานก็คิดไม่ถึงว่าคราวนี้จางเยียนจะทำเกินไปเช่นนี้ ก่อนไปบอกเสียดิบดีว่าแค่จะแวะกลับไปสักรอบเท่านั้นและจะกลับมาก่อนช่วงเก็บเกี่ยวเพื่อช่วยงานในเรือนแน่นอน แต่