ขาเป็นสหายร่วมสำนักศึกษา ปีนั้นก็เพราะได้สหายผู้นี้ช่วยเหลือ เขาจึงไม่ต้องถูกจำคุก แต่ถูกปล่อยตัวกลับบ้านเกิด จนมาเปิดสำนักศึกษาเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่นี่
“เขามาคราวนี้ที่จริงก็มาเพื่อตรวจตราความเป็นไปของไพร่ฟ้าประชาชน นำสิ่งที่ได้ยินได้เห็นมาเขียนรายงานส่งไปที่สำนักงานฝ่ายตรวจการ…”
เย่อวี๋หรานอึ้งไปเล็กน้อย “คณะทูตฝ่ายตรวจการจะออกตรวจตราการปฏิบัติหน้าที่ของขุนนางท้องถิ่นตอนเดือนแปดของทุกปีไม่ใช่หรือ เหตุใดปีนี้จึงเลื่อนขึ้นมาเสียเล่า? อีกอย่าง เชิงเขาไท่ตังก็อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง ปกติไม่ตรวจตรามาถึงฝั่งนี้นี่นา?”
ระบบข้าราชการของราชวงศ์นี้ค่อนข้างพิเศษ ฮ่องเต้ทรงจัดตั้งสำนักราชเลขาธิการ สำนักตรวจสอบ และสำนักบริหารสามสำนัก
สำนักราชเลขาธิการมีหน้าที่ร่างราชโองการและคำสั่งราชการต่าง ๆ สำนักตรวจสอบมีหน้าที่ตรวจตราร่างคำสั่งของสำนักราชเลขาธิการเพื่อพิจารณาตัดสินว่าสมควรดำเนินการหรือไม่ ส่วนสำนักบริหารเป็นหน่วยงานราชการที่รับคำสั่งนั้นไปดำเนินการ
สำนักบริหารยังแบ่งออกเป็นหกกรม ได้แก่ กรมข้าราชการพลเรือน กรมคลัง (หรือกรมทะเบียนราษฎร์) กรมพิธีการ กรมกลาโหม กรมอาญา กรมโยธา แต่ละกรมต่างก็มีขุนนางช่างซู (ขุนนางขั้นสาม เทียบเท่าหัวหน้าของแต่ละกรม) และขุนนางซื่อหลาง (ขุนนางขั้นสี่ระดับบน เทียบเท่ารองหัวหน้าของแต่ละกรม) รวมเรียกว่าระบบสามสำนักหกกรม
ในบรรดาข้าราชการทั้งหลาย ฝ่ายตรวจราชการแผ่น