์ ‘กดดัน’ ให้ออกมาจากเมืองหลวง
“สำหรับสหายของข้าแล้ว นี่กลับเป็นเรื่องดี ตอนนี้ฮ่องเต้กำลังจะอภิเษกสมรส ต่อจากนั้นก็จะบริหารราชการด้วยพระองค์เอง ถึงตอนนั้นเขาที่เป็นเพียงคนตัวเล็ก ๆ ถูกบีบอยู่ในนั้น เกรงว่าคงรับมือได้ยาก”
เย่อวี๋หรานเพียงฟังก็เข้าใจได้ นับแต่โบราณกาลมา การแย่งชิงอำนาจในราชวงศ์มักมาพร้อมกับการนองเลือด
ผู้ชนะเป็นคนเขียนประวัติศาสตร์ ทว่านอกจากผู้แพ้แล้ว ยังจำเป็นต้องมีคนตัวเล็ก ๆ ที่ถูก
‘สังเวย’ ไปด้วยอีกจำนวนหนึ่ง
ถอนตัวออกมาจากวังวนการเมืองเวลานี้ ไม่นับว่าเป็นเรื่องร้ายจริง ๆ นั่นแหละ
“ไทเฮากำลังจะฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพ หมายความว่ากำลังเฟ้นหา ‘นิมิตมงคล’ เพื่อถวายแด่ไทเฮา?” เย่อวี๋หรานจับประเด็นสำคัญได้แล้ว
อาจารย์เสินไม่กล้ายืนยัน เขากล่าวว่า “เรื่องราวเป็นอย่างไรกันแน่ ข้าไม่รู้กระจ่าง ทุกคนล้วนต้องเตรียมของขวัญถวายแด่ไทเฮาทุกปี ปีนี้จะต้องการแบบที่เป็นมงคลกว่าเดิมสักเล็กน้อยหรือไม่ก็ไม่มีใครบอกได้ งานเลี้ยงฉลองวันพระราชสมภพของไทเฮาจะจัดขึ้นกลางฤดูใบไม้ร่วงในเดือนแปด ตอนนี้เพิ่งจะต้นฤดูใบไม้ผลิก็มีคนเริ่มเตรียมการกันตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว ข้าเองก็เดาไม่ออกว่าเป็นคนของฝ่ายไหนกันแน่”
จิตใจเย่อวี๋หรานพลอยหนักอึ้งตามไปด้วย
ข้อมูลที่อาจารย์เสินทราบไม่ได้มากมายอะไร เขาไม่รู้เส้นสนกลในของขุมอำนาจในเมืองหลวง ส่วนสหายของอาจารย์เสินผู้นั้นก็หาใช่ผู้รู้สถานการณ์ ไม่อย่างนั