่ในตำบล แม้จะไม่ได้ติดตามพี่ใหญ่คนเดียวกัน แต่ก็ได้พบหน้ากันบ่อย ๆ จะมากน้อยก็พอคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่
ดังนั้นเมื่อวันหนึ่งมีคนในแวดวงหายตัวไปโดยไร้สุ้มเสียง คนในครอบครัวของเขายังได้ ‘ค่าปิดปาก’ มาก้อนหนึ่ง เจี่ยงโหย่วเซิงก็เข้าใจแล้ว
“หากครอบครัวสกุลจูของข้าไม่ได้มีจุดจบที่ดี เจ้าคิดว่าผู้สมรู้ร่วมคิดอย่างเจ้าจะมีจุดจบที่ดีงั้นหรือ? โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้ายังเป็นคนส่งข่าวอีกต่างหาก” เย่อวี๋หรานจ้องตาเขา พลางเอ่ยด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
เจี่ยงโหย่วเซิงขวัญหายจนพูดซ้ำ ๆ “ไม่มี ข้าไม่ได้บอกใครทั้งนั้น จูต้าเหนียง ข้าสาบาน ข้าไม่ได้บอกใครเลยจริง ๆ…”
“ถ้าอย่างนั้นเรื่องที่เจ้ากลับมาปุบปับ มีใครรู้เรื่องบ้าง?”
เจี่ยงโหย่วเซิงใจเต้นแรง เขากล่าวว่า “พี่เป้า”
“พี่เป้าคือใคร?”
เจี่ยงโหย่วเซิงกลืนน้ำลาย “เป็นพี่ใหญ่ในตำบลของข้า ปกติเขาเป็นคนดูแลข้า จูต้าเหนียง ท่านวางใจได้ ตอนข้ากลับมาไม่ได้พูดอะไรเลย นอกจากบอกว่ามีธุระนิดหน่อย อยากกลับมาสักรอบ…”
“ข่าวลือเรื่องนิมิตมงคล ใครเป็นคนเอามาบอกเจ้า?”
“พี่เป้าน่ะสิ…” เพิ่งจะพูดจบ เจี่ยงโหย่วเซิงก็รู้สึกตัว เขาเบิกตากว้างทันที “จูต้าเหนียงหมายความว่า…เป็นไปไม่ได้! ปกติพี่เป้าดูแลข้าดีขนาดนั้น แล้วจะหลอกข้าได้อย่างไร?”
ตอนแรกพี่เป้าเอาข่าวมาบอกเขา จากนั้นเขาก็ขอลากลับมา ถ้าไม่มีพิรุธยังจะเรียกอะไรได้อีก?
นอกจากนี้ เขายังไม่ได้พูดชัดเจนว่าเขากลับมาที่หมู่