บ้านเพราะอะไรกันแน่ แค่บอกว่าอยากกลับมาสักรอบเท่านั้น
แต่ด้วยมันสมองของพี่เป้า อีกฝ่ายจะไม่สงสัยได้หรือ?
“ข้าไม่ได้พูด เจ้าต่างหากที่พูดขึ้นมาเอง ใจคนยากจะหยั่ง ทรัพย์สินทำให้คนหวั่นไหว ในเมื่อพี่เป้าดูแลเจ้าดีขนาดนั้น แต่เจ้ากลับคิดจะฮุบเงินร้อยตำลึงเอาไว้คนเดียว ไม่ยอมบอกเขาสักคำ เขายังจะมีเหตุผลอะไรให้มองเจ้าเป็นพี่น้องอีกหรือ? เจ้าก็แค่กำลังโกหกตัวเองอยู่เท่านั้นแหละ”
เจี่ยงโหย่วเซิงแตกตื่นจนแทบจะร่ำไห้ออกมาแล้ว รีบขอร้องให้เย่อวี๋หรานช่วยคิดหาวิธีเอาชีวิตรอด เขาอายุยังน้อย เขายังไม่อยากตาย
“ไม่อยากตายก็หุบปากให้สนิท” เย่อวี๋หรานข่มขู่ “หลายวันนี้ก็อยู่ในเรือนข้าอย่างสงบเสงี่ยม ผ่านไปสักพัก รอจนเสียงคนซาลงแล้ว เจ้าก็อย่ากลับไปที่ตำบลอีก แต่ไปยังสถานที่ที่ไกลกว่านั้น”
“แต่ข้าทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง…”
“ทำไม่เป็นก็ไม่หัดเรียนรู้เสียบ้าง? เจ้ามีปากก็ไม่รู้จักถาม มือเท้าใช้การไม่ได้? เอาแต่รอให้ขนมยัดไส้หล่นลงมาจากฟ้า เจ้าคิดว่าบนฟ้ามีขนมยัดไส้มากมายเท่าไหร่กัน? ไม่มีสมองเอาเสียเลย” เย่อวี๋หรานด่าเขาไปยกหนึ่งด้วยน้ำเสียงรังเกียจเดียดฉันท์
แม้น้ำเสียงจะไม่ดีเท่าไหร่ แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เจี่ยงโหย่วเซิงกลับสัมผัสได้ถึง ‘ความห่วงใย’ ที่อีกฝ่ายมีต่อตนเองจากในนั้น
เขานึกละอายใจ เขาเป็นพวกไม่ได้เรื่องจริง ๆ นั่นแหละ ทำผิดต่อความคาดหวังของท่านปู่ที่ล่วงลับไปแล้ว ทำให้ตัวเองกลายเป็นคนเสเพล