อ?”
“ไม่ขอรับ” จูต้าตอบ “ท่านพ่อไม่เอา บอกว่าสิ้นเปลืองเงินทอง ทั้งยังบอกว่าสมุนไพรที่ปู่จูจยาใช้ได้ผลมาก เขาใช้อันนั้นเอาก็ได้ ไม่ต้องใช้เงิน”
เย่อวี๋หรานหมดคำจะพูด “แผลใหญ่ขนาดนั้นยังไม่รักษา เขาไม่ต้องการชีวิตแล้วใช่ไหม? ท่านหมอไม่ได้ว่าอะไรเลยรึ?”
“ท่านหมอบอกว่าสมุนไพรของปู่จูจยาใช้ได้ผลดี ใช้อันนั้นก็ได้เหมือนกัน”
“ก็ได้ ถ้าท่านหมอพูดแบบนั้นแล้วก็ใช้อันนั้นเถอะ เย็นนี้ข้าเชิญอาจูจยามากินข้าวที่เรือนพวกเรา ประเดี๋ยวเจ้าเอาข้าวสาลีไปส่งทางนั้นก็บอกพวกนางด้วยว่าให้ทำอาหารเพิ่มอีกหนึ่งสำรับ”
“ขอรับ ท่านแม่”
……
แม้จะมีคนมาช่วยงานจำนวนมาก แต่เย่อวี๋หรานก็ไม่สามารถเชิญทุกคนไปกินข้าวที่เรือนได้ ครอบครัวมีที่ดินผืนเล็ก ๆ เท่านั้น อาหารมีอยู่จำกัด เชิญคนมากมายเช่นนั้นออกจะเกินกำลัง
แต่นางก็กล่าวขอบคุณพวกเขาด้วยตนเอง บอกว่าคราวหน้าตอนที่ภรรยาของพวกเขามาซื้อเต้าหู้ นางจะบอกกับหลี่ซื่อเอาไว้ว่าไม่ต้องคิดเงิน
เชิญมากินข้าวที่เรือนไม่ไหว แต่เต้าหู้สักชิ้น นางยังเลี้ยงพวกเขาได้อยู่
“ขอบคุณขอรับ จูต้าเหนียง”
“จูต้าเหนียง ไม่เป็นไรขอรับ พวกข้าช่วยเหลือเล็กน้อยเท่านั้นเอง”
คนหนุ่มทั้งหลายถูกนางชมเชยก็ค่อนข้างกระดากอาย ยิ้มกันอย่างขัดเขิน
จูเหล่าโถวคิดไม่ถึงว่าจะเก็บเกี่ยวข้าวสาลีฤดูหนาวกลับมากันทั้งอย่างนี้ เขามองข้าวสาลีที่พวกลูกชายเอากลับมาแล้วก็ต้องถอนหายใจ
“ข้ายังคิดว่าจะเลี้ยงไว้อีกสักหลายว