“กลับไปทั้งอย่างนี้?” จูอู่รู้สึกประหลาดใจ รู้สึกเหมือนพวกเขามีเรื่องราวบางอย่างที่ยังไม่ได้ทำ
“ไม่กลับไปแบบนี้ เจ้ายังคิดจะทำอะไรอีก?” จูซื่อกอดคอจูอู่พลางเอ่ยถาม “เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้ากับท่านแม่ทิ้งงานปักกล้าในนามาที่นี่เพื่อช่วยพวกเจ้าสองคนโดยเฉพาะเลยนะ”
แทนที่จะบอกว่าคำกล่าวนี้พูดให้น้องห้าของเขาฟัง ยังไม่สู้บอกว่าเขาพูดให้หลินซื่อฟัง
เพราะเขามองออกว่าตอนที่มารดาพูดว่าจะกลับกันแล้ว หลินซื่อไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
จูอู่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกละอายใจ “เรื่องนี้ก็บังเอิญจริง ๆ พวกข้าคิดไม่ถึงว่าจะ…ถูกคนจับตัวเอาไว้นี่นา ข้าจะบอกอะไรให้ หมู่บ้านสกุลหลิวแห่งนี้พิกลยิ่งนัก ตอนแรกคนที่จับพวกข้าไปก็คือหลิววั่งไฉ ลูกชายของเจ้าหน้าที่นั่นเอง”
ทั้งยังบอกว่าหลินซื่อโง่จริง ๆ ตอนแรกมาจับ ตอนหลังมาปล่อย เห็นได้ชัดว่าไม่ชอบมาพากล ยังกล้าโวยวายใส่คนเขาอีก
ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนั้นเขาตอบสนองไว ตบหน้านางไปหนึ่งฉาด ด่าจนนางเตลิดหนีไป ไม่แน่ว่าคงเกิดเหตุนองเลือดขึ้นมาแล้ว
“อะไรนะ? หมายความว่าอย่างไร?” หลินซื่อที่ยังโกรธเคืองอยู่ฟังถึงตรงนี้ก็นึกถึงเรื่องที่ตนเองถูกตบขึ้นมาได้ “เจ้าไม่พูดขึ้นมาข้าคงลืมไปแล้ว เจ้าตบข้าทำไม?”
จูอู่ถามกลับ “ตอนที่หลิววั่งไฉคุยกับเจ้า ผู้ชายข้างหลังเขาถือมีดอยู่ เจ้าไม่เห็นหรือไร?”
“มีเรื่องนี้ด้วย?!” จูซื่อตะลึง “หลิววั่งไฉผู้นั้นดูไปแล้วซื่อ ๆ ไม่เหมือนจะเป็นคนแบบนั้นเลย”
“พี่