ดีเช่นนี้หรือ?”
เพราะเขากลัวที่จะลงมือ หากมีเรื่องกระทบกระทั่งกัน ครอบครัวของพวกเขาไม่ใช่ว่าจะต้องต่อกรกับหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์หรือ?
ในยามนี้หลิวต้าซุ่นไม่ได้พอใจนัก ยังดีที่เขายั้งมือทำเพียงแค่ ‘มัด’ คนไว้โดยที่ไม่ได้ทำอะไรสักนิด
ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้คงจะพูดยากกว่านี้
“ความหมายของเจ้าคือ สกุลของพวกเจ้าเชิญคนไปเป็นแขกด้วยการจับมัดไว้หรือ? แล้วยังจับไปมัดไว้ที่เล้าหมูอีกด้วยน่ะหรือ? เรื่องนั้นก็ได้ งั้นให้คนมัดเจ้าไว้ในเล้าหมูสักสามวันสามคืนดู” น้ำเสียงของเย่อวี๋หรานฉายแววจริงจัง ไม่เหมือนพูดเล่นแม้แต่น้อย
“หา?!” หลิวต้าซุ่นตกใจ “จะ จะ จะ…จะต้องมัดจริง ๆ หรือ?”
“ทำไมเล่า เจ้าคิดว่าข้าพูดเล่นหรือ? ทีเจ้ายังมัดลูกชายกับลูกสะใภ้ของข้า ปล่อยให้พวกเขาอยู่ในเล้าหมูได้ แล้วทำไมเจ้าจะไปอยู่บ้างไม่ได้เล่า?”
หลิวต้าซุ่นไม่กล้าปฏิเสธ และยังไม่กล้าพูดถึงเหตุผลแท้จริงที่เขาจับจูอู่และหลินซื่อมัดไว้เช่นกัน
เย่อวี๋หรานส่งเรื่องนี้ไปให้เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสจัดการโดยตรง
นางกล่าวว่า “อย่างไรพวกเขาก็เป็นคนจากหมู่บ้านสกุลหลิวของพวกท่าน หมู่บ้านสกุลหลิวจะจัดการอย่างไร คนนอกอย่างข้าจะสอดมือเข้ามาคงไม่ดี แต่เพราะพวกเขา ‘เชิญ’ ลูกชายและลูกสะใภ้ของข้าไปเป็นแขกในเล้าหมู เช่นนั้นพวกเขาคงหมายความว่าจะอยู่ในเล้าหมูสักสามวันก็ไม่เลว จะกินดื่มหรืออะไรก็ทำในนั้นทั้งหมดเสีย”
“ถึงยามนั้นข้าจะให้เจ้าสี่ของบ้านข้ามาตรวจด