นเท่านั้น
หากว่าก่อนที่เย่อวี๋หรานจะมาที่นี่ไม่ได้ให้หลี่ซื่อมาสืบข่าวคราวไว้ก่อน คาดว่าเมื่อได้ยินเรื่องนี้แล้วคงยังเหมือนอยู่ในเมฆหมอก ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นเป็นแน่
นางยิ้มออกมาเล็กน้อย
มารดาของต้าซุ่นมีพรสวรรค์นัก ด่าออกมาได้นานตั้งครึ่งค่อนวันโดยที่ไม่พูดซ้ำคำเดิมเสียด้วย
เห็นได้ชัดว่าไม่มีเหตุผลใดให้เข้าข้างนาง แต่ฟังคนด่าขึ้นมาแล้วก็ราวกับทั้งโลกจะต้องขอโทษนาง
เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสถูกด่าทอจนปวดหัวและหมดความอดทน “ปิดปากนางให้ข้าหน่อย”
หลิววั่งไฉรีบให้คนถอดถุงเท้าข้างหนึ่งมาอุดปากนางทันที
หลายคนที่อยู่ข้าง ๆ เห็นเข้าก็รู้สึกสะอิดสะเอียนไม่น้อย
แหวะ…
หลินซื่อถึงกับปิดจมูก นี่ทำให้นางนึกถึงเรื่องที่ถูกขังไว้ในเล้าหมู และรู้สึกว่าได้รับการดูแลดีกว่าหญิงเฒ่าในตอนนี้มาก
อย่างน้อยก็ไม่มีคนเอาของสกปรกมายัดเข้าปากนางไม่ใช่หรือ?
“เจ้าอยากถูกปิดปากด้วยหรือไม่?” ถึงอย่างไรปิดปากคนหนึ่งก็น่าจะปิดอีกคนหนึ่งด้วย เจ้าหน้าที่จึงหันไปทางหลิวต้าซุ่น
หลิวต้าซุ่นรีบส่ายหัว “ไม่ต้อง ๆ ท่านเจ้าหน้าที่ ท่านวางใจ ข้าจะไม่พูดจาไร้สาระแน่นอน”
“เช่นนั้นก็ได้ ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง” เจ้าหน้าที่หันกลับมาช่วยผู้อาวุโสพูดเกลี้ยกล่อมเย่อวี๋หรานต่อ โดยหวังว่านางจะสามารถออกหน้าจัดการเรื่องนี้ได้
“พวกท่านไม่คิดว่ามันน่าขันไปหน่อยหรือ? ข้าเป็นเพียงคนจากหมู่บ้านอื่น ถ้าสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของหมู่บ้านสก