าง
“ร้ายกาจขนาดนั้นเชียว?” เสินกวงจี้มีสีหน้ากังขา ไม่เชื่อถือนัก
“จริง ๆ นะ!” เสินอิงอวี่ยืนยัน “เดี๋ยวเจ้าได้เจอแล้วก็จะเข้าใจเอง กวงจี้ เจ้าต้องสู้เขานะ อย่าให้เขาแซงหน้าไปได้ล่ะ”
ด้วยเหตุนี้ เสินกวงจี้จึงจดจำจูชีได้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่เคยเห็นหน้าเขาเสียอีก
ครั้นได้เจอตัวจริงก็พบว่าอีกฝ่ายเป็นพี่ชายที่อายุมากกว่าตนเองเล็กน้อยคนหนึ่ง
เสินกวงจี้ไม่ได้คิดอันใดมาก เพียงแต่คอยสังเกตไปอย่างเงียบ ๆ
จูชีวางห่ออุปกรณ์การเรียนที่มารดาเตรียมไว้ให้ลงบนโต๊ะ ล้วงตำรากับพู่กันออกมาวางเรียงทีละชิ้น
เขามาเข้าเรียนเป็นครั้งแรก รู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแปลกใหม่ไปหมด แม้จะหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้แล้ว แต่สายตากลับมองไปรอบ ๆ อย่างสังเกตสังกา
“เจ้าก็คือจูซุ่นเต๋อ?”
“ได้ยินว่าเจ้าท่องตำราเก่งมาก จริงหรือเปล่า?”
“นี่ เจ้าท่องคัมภีร์พันอักษรได้หรือไม่?”
……
เนื่องจากอาจารย์เสินยังไม่มา เด็กน้อยที่ข่าวว่องไวหลายคนจึงเดินมาหาจูชีที่โต๊ะด้วยท่าทางคึกคัก แล้วเอ่ยถามพร้อมยิ้มกว้าง
ทั้งสองคนมาจากห้องแรกศึกษา ครอบครัวพอมีฐานะอยู่บ้าง
จูชียังไม่คุ้นเคยชื่อทางการของตัวเอง เขากล่าวว่า “ข้าไม่รู้ แม่ข้าสอนอันใด ข้าก็ท่องอันนั้น”
“แม่เจ้าก็รู้หนังสือ? แม่เจ้าสอนอะไรบ้าง?”
“เยอะเลย” ยามกะทันหัน จูชีไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไรดี
ขณะกำลังสนทนากันอยู่ อาจารย์เสินก็ปรากฏกายขึ้น
เด็กซนทั้งสองรีบกลับไปประจำตำแหน่งตนเอง
ห้องเรีย