นมา
เขาสาบานว่าอย่าให้เขาเจอคนแซ่จูผู้นั้นเชียว ไม่เช่นนั้นเขาจะทำให้หมอนั่นเห็นดีแน่
ในขณะเดียวกัน จูชีไม่รู้ตัวว่ามีคนกำลัง ‘นึกถึง’ ตัวเองอยู่ และกำลังแทะขาไก่อย่างมีความสุข
เพราะฆ่าไก่ไปหนึ่งตัว โต๊ะอาหารของสกุลจูจึงมีความครื้นเครงเป็นพิเศษ
เย่อวี๋หรานถือโอกาสในช่วงที่คนกำลังครึกครื้นประกาศเรื่องที่ว่าอีกไม่กี่วันจะส่งต้าเป่า เอ้อร์เป่า และจูชีไปเรียนหนังสือในตำบล
เพราะเคยพูดคุยกันไปบ้างแล้ว ทุกคนจึงได้เตรียมตัวไว้แต่เนิ่น ๆ และไม่ได้แปลกใจมากนัก
มีเพียงจูเหล่าโถวที่กังวลใจ “เงินพอหรือ? ใกล้จะถึงฤดูใบไม้ผลิที่ต้องไถดินแล้ว แล้วยังต้องเก็บเงินไว้สำหรับเมล็ดพืชด้วย”
เย่อวี๋หรานมองเขาด้วยความใจเย็น “เรื่องนี้เจ้าวางใจเถอะ ข้าจะไม่ปล่อยให้ที่ดินของบ้านพวกเราว่างเปล่าแน่นอน”
ส่วนจะปลูกอะไรนั้น นางก็ไม่กล้ารับปาก
“ถ้าเจ้าจัดการเรียบร้อยแล้วก็ไม่เป็นไร” จูเหล่าโถวไม่ได้พูดให้มากความอีก
จูต้าและจูอู่ถูกทิ้งให้ถมเกลี่ยดินอยู่ที่บ้าน เย่อวี๋หรานนั้นหลังจากได้รับข่าวจากเถ้าแก่อวี๋ก็พาจูซาน จูชี ต้าเป่า และเอ้อร์เป่าออกจากบ้านไปแต่เช้า
พวกเขาล้วนสวมเสื้อผ้าใหม่ที่ซื้อมาในช่วงตรุษจีน ดูสะอาดสะอ้านเรียบร้อยยิ่งนัก
โชคดีที่เย่อวี๋หรานมองการณ์ไกล ไม่ให้หลิ่วซื่อทำเสื้อผ้าสีเขียวสดหรือสีแดงสด ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าสวมเสื้อผ้าสีเขียวอ่อน พวกเขาเดินข้างจูชีที่สวมเสื้อผ้าสีเดียวกัน ทั้งสามคนอาหลานจึ