่?”
“ข้า…ก็เหมือนที่ซานเหนียงพูด พวกเราพบกันระหว่างทาง…” หลิวต้าซุ่นร้อนตัว แววตาหลุกหลิก ไม่กล้ามองหน้าคนตรง ๆ
“ฮ่า! แล้วหลินต้าเม่ยล่ะ?” เย่อวี๋หรานจ้องเขาอย่างเย็นชา
“นางก็ต้องอยู่ที่เรือนอยู่แล้ว”
“หมายความว่า เจ้ามาเดินงานวัดคนเดียว?”
“ใช่”
“เดินมาตั้งนานแล้ว ได้ซื้ออะไรให้คนในครอบครัวหรือยัง?”
“ไม่ได้ซื้ออะไร ไม่มีเงิน”
“ไม่มีเงิน เจ้ามาเดินงานวัดคนเดียวโดยไม่ได้พาเมียกับลูก ๆ มาด้วย แล้วมาเจอผู้หญิงที่ไม่ได้พาใครมาด้วยเหมือนเจ้าพอดี เลยมาด้วยกัน?” อย่าโทษว่าเย่อวี๋หรานใส่ร้ายคนเลย หลินซื่อตีคนอื่นเป็นเรื่องไม่ถูกต้องก็จริง แต่ถ้าไม่มีสาเหตุ หลินซื่อจะทำเรื่องหุนหันพลันแล่นเช่นนั้นหรือ?
นอกจากนี้ แค่มองก็รู้ว่าสองคนนี้กินปูนร้อนท้อง ถ้าเชื่อว่าพวกเขาไม่มีอะไรกันจริง ๆ ก็แปลกแล้ว
หลิวต้าซุ่นไม่ยอมรับ แต่อึก ๆ อัก ๆ ครึ่งค่อนวันยังอธิบายได้ไม่กระจ่าง
“ยังต้องอธิบายอะไรอีก เป็นชู้กันชัด ๆ”
“ใช่แล้ว ต้าซุ่น เจ้ากลัวอะไร อย่างไรเสียเมียเจ้าก็ไม่มีปัญญาคลอดลูกชาย จะหาคนใหม่ที่คลอดได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนี่นา?”
……
ในฝูงชนเหล่านั้น คล้ายกับมีใครบางคนกำลังยั่วยุอยู่
หลิวต้าซุ่นพลันมีสีหน้าพิพักพิพ่วน รีบอธิบายว่า “เปล่า ๆ จูต้าเหนียง ไม่มีเรื่องอะไรทั้งนั้น จริง ๆ นะ ไม่มีเรื่องแบบนั้น”
“ไม่มีอะไร แล้วพวกเขาจะพูดแบบนั้นทำไม?” เย่อวี๋หรานไม่ได้มองไปทางคนพูด เพราะนางรู้ว่า ทันทีที่นางหันไ